← บทความทั้งหมด WordPressUX/UI Design

ฟอนต์ไทยฟรี ใช้เชิงพาณิชย์ได้ เลือกยังไงไม่ติดลิขสิทธิ์

ฟอนต์ไทยฟรีที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมวิธีเช็กลิขสิทธิ์ก่อนใช้ แหล่งดาวน์โหลดที่ไว้ใจได้ และวิธีใส่ฟอนต์ไทยในเว็บ WordPress ไม่ให้เว็บช้า

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 13 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความฟอนต์ไทยฟรีที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้ แสดงตัวอย่างตัวอักษรไทยและสัญลักษณ์สัญญาอนุญาต OFL

ฟอนต์ไทยฟรีที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้แน่นอน คือฟอนต์ที่มีสัญญาอนุญาตเปิดให้ใช้ทางการค้าชัดเจน กลุ่มที่หาง่ายที่สุดคือฟอนต์ไทยบน Google Fonts ซึ่งตอนนี้มี 34 ตระกูล และทุกตัวใช้ SIL Open Font License (OFL) เช่น Sarabun, Kanit, Prompt, Noto Sans Thai และ IBM Plex Sans Thai ใช้ทำโลโก้ งานพิมพ์ หรือเว็บไซต์ธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเพิ่ม

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ปัญหาคือคำว่า “ฟรี” ในเว็บแจกฟอนต์ส่วนใหญ่หมายถึง “ฟรีสำหรับใช้ส่วนตัว” ไม่ใช่ฟรีสำหรับงานที่สร้างรายได้ บทความนี้เลยไม่ได้ทำเป็นลิสต์ฟอนต์น่ารักร้อยแบบ แต่จะพาไปดูว่าฟอนต์ไหนใช้กับธุรกิจได้จริง อ่านสัญญาอนุญาตยังไง และถ้าจะเอาไปใช้บนเว็บ WordPress ควรโหลดแบบไหนไม่ให้เว็บช้า

“ฟรี” ไม่ได้แปลว่าเอาไปใช้กับงานลูกค้าได้

ถ้าลองไล่อ่านบทความแจกฟอนต์ไทยที่ติดหน้าแรกของ Google หลายเว็บจะเขียนไว้แค่ประโยคกว้างๆ ว่า “ใช้ส่วนตัวฟรี ถ้าใช้เชิงพาณิชย์ให้ตรวจสอบเงื่อนไขกับผู้ออกแบบ” ซึ่งก็ไม่ผิด แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังทำโลโก้ ป้ายร้าน หรือเว็บไซต์บริษัท ประโยคนี้แทบไม่ช่วยอะไร เพราะยังต้องไปไล่เปิดเงื่อนไขทีละตัวเองอยู่ดี

“เชิงพาณิชย์” ในมุมของสัญญาอนุญาตฟอนต์ส่วนใหญ่ครอบคลุมกว้างกว่าที่หลายคนคิด ไม่ใช่แค่การขายของที่มีตัวหนังสือพิมพ์อยู่ แต่รวมถึงโลโก้แบรนด์ โพสต์โฆษณาบน Facebook ใบปลิว เมนูร้านอาหาร แพ็กเกจจิ้ง และเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

ถ้างานชิ้นนั้นมีส่วนช่วยให้ธุรกิจขายของหรือดูน่าเชื่อถือขึ้น ให้นับเป็นงานเชิงพาณิชย์ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่าการตีความเข้าข้างตัวเอง

สัญญาอนุญาตฟอนต์ที่เจอบ่อย อ่านแบบเข้าใจง่าย

เวลาดาวน์โหลดฟอนต์มา ในไฟล์ zip มักจะมีไฟล์ชื่อ OFL.txt, LICENSE.txt หรือ readme แนบมาด้วย ไฟล์นี้แหละที่บอกว่าทำอะไรได้บ้าง สรุปประเภทที่เจอบ่อยไว้ในตารางนี้

ประเภทใช้เชิงพาณิชย์ฝังในเว็บไซต์สิ่งที่ต้องระวัง
SIL Open Font License (OFL)ได้ได้ห้ามขายไฟล์ฟอนต์เดี่ยวๆ ถ้าแก้ไขฟอนต์ต้องเปลี่ยนชื่อ
Apache License 2.0ได้ได้ต้องแนบไฟล์สัญญาอนุญาตเมื่อแจกจ่ายไฟล์ฟอนต์ต่อ
Free for Personal Useไม่ได้ไม่ได้ต้องซื้อ license เชิงพาณิชย์จากผู้ออกแบบก่อน
Freeware ที่ผู้ออกแบบเขียนเงื่อนไขเองแล้วแต่เงื่อนไขแล้วแต่เงื่อนไขบางเจ้าให้ใช้ฟรีแต่ห้ามใช้ทำโลโก้ หรือต้องให้เครดิต
ฟอนต์ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการใช้พิมพ์งานในเครื่องได้ไม่ควรอัปโหลดไฟล์ขึ้นเว็บเองสิทธิ์ผูกกับสัญญาอนุญาตของ Windows หรือ macOS
สรุปจาก OFL FAQ และหน้า FAQ ของ Google Fonts เงื่อนไขของฟอนต์แต่ละตัวให้ยึดไฟล์สัญญาอนุญาตที่แนบมาเป็นหลัก

ตัวที่ใจดีกับธุรกิจที่สุดคือ OFL ตาม OFL FAQ ระบุไว้ชัดว่าใช้ในงานเชิงพาณิชย์ได้ ฝังในเว็บผ่าน @font-face ได้ และไม่บังคับให้ใส่เครดิตในงานออกแบบ ข้อห้ามหลักมีแค่ห้ามเอาไฟล์ฟอนต์ไปขายเดี่ยวๆ และถ้าดัดแปลงฟอนต์ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ ไม่ใช้ชื่อเดิมที่สงวนไว้

ฟอนต์ไทยฟรีบน Google Fonts ที่ใช้กับธุรกิจได้สบายใจ

ผมเช็กจากข้อมูล metadata ของ Google Fonts ณ เดือนตุลาคม 2026 มีฟอนต์ที่รองรับภาษาไทยอยู่ 34 ตระกูล และทั้ง 34 ตัวใช้สัญญาอนุญาต OFL หน้า FAQ ของ Google Fonts เองก็ตอบไว้ว่าใช้ในผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ใช้ทำโลโก้ งานพิมพ์ แอป หรือเว็บไซต์ได้ทั้งหมด ฟอนต์ไทยที่ออกแบบโดย Cadson Demak กินสัดส่วนเยอะที่สุดในกลุ่มนี้

แยกตามลักษณะการใช้งานให้เลือกง่ายขึ้นแบบนี้

ฟอนต์ลักษณะจำนวนสไตล์ (รวมตัวเอียง)เหมาะกับ
Noto Sans Thaiไม่มีหัว, variable font9เนื้อหาเว็บไซต์ ระบบหลังบ้าน
IBM Plex Sans Thaiไม่มีหัว7เว็บบริษัท สายเทค เอกสารนำเสนอ
Anuphanไม่มีหัว, variable font7เว็บไซต์ แอป UI
Kanitไม่มีหัว ทรงเหลี่ยม18หัวข้อ แบนเนอร์ โฆษณา
Promptไม่มีหัว ทรงกลม18หัวข้อ โพสต์โซเชียล
Mitrไม่มีหัว หนาแน่น6หัวข้อสั้นๆ ป้าย
Chakra Petchทรงเหลี่ยมแบบเทคโนโลยี10แบรนด์เกม อุปกรณ์ไอที
Sarabunมีหัว16เอกสาร บทความยาว งานทางการ
Noto Sans Thai Looped / IBM Plex Sans Thai Loopedมีหัว9 / 7เนื้อหาที่ต้องการอ่านง่ายแบบดั้งเดิม
Taviraj, Trirong, Pridi, Maitree, Noto Serif Thaiมีหัว มีเชิง (serif)6-18นิตยสาร แบรนด์หรู งานพิมพ์
Sriracha, Itim, Mali, Charm, Playpen Sans Thaiลายมือ1-12ร้านขนม คาเฟ่ งานเด็ก
Chonburi, Pattaya, Srisakdiตกแต่ง (display)1-2โลโก้ หัวโปสเตอร์
จำนวนสไตล์นับจาก metadata ของ Google Fonts รวมตัวเอียงด้วย ฟอนต์ variable เก็บน้ำหนักหลายระดับไว้ในไฟล์เดียว
ตัวอย่างประโยคภาษาไทยเดียวกันใน 9 ฟอนต์ฟรี ได้แก่ Noto Sans Thai, IBM Plex Sans Thai, Anuphan, Kanit, Prompt, Noto Sans Thai Looped, Sarabun, Taviraj และ Sriracha
ประโยคเดียวกันใน 9 ฟอนต์ไทยฟรีที่ใช้สัญญาอนุญาต OFL ขนาด 42px น้ำหนัก Regular

ถ้าจะเลือกแค่ตัวเดียวสำหรับเว็บธุรกิจ

ความเห็นส่วนตัวของผม สำหรับเนื้อหาบนเว็บไซต์ฟอนต์ไม่มีหัวอย่าง Noto Sans Thai หรือ IBM Plex Sans Thai อ่านง่ายบนจอมือถือ และเข้ากับฟอนต์ภาษาอังกฤษแบบ sans-serif ได้ดี ส่วน Kanit กับ Prompt สวยและมีน้ำหนักให้เลือกเยอะ แต่เหมาะกับหัวข้อมากกว่าเนื้อหายาวๆ เพราะตัวอักษรค่อนข้างกว้าง ถ้าใช้ทั้งหน้าจะรู้สึกแน่น

สูตรที่ใช้ได้กับเว็บส่วนใหญ่คือฟอนต์หัวข้อ 1 ตัว กับฟอนต์เนื้อหา 1 ตัว ไม่เกินนี้ ถ้าคุณกำลังวางโครงเว็บบริษัทใหม่ ลองดูเรื่องหน้าที่เว็บไซต์บริษัทควรมีไปพร้อมกัน จะได้เห็นว่าฟอนต์ที่เลือกต้องไปอยู่ในหน้าแบบไหนบ้าง

แล้ว 13 ฟอนต์ราชการ (ฟอนต์ SIPA) ล่ะ ใช้ได้ไหม

หลายคนรู้จัก TH Sarabun PSK จากงานเอกสารราชการ ฟอนต์ชุดนี้มาจากการประกวดออกแบบฟอนต์ในปี 2549 และคณะรัฐมนตรีประกาศให้เป็นฟอนต์มาตรฐานในเดือนกันยายน 2553 โดยให้หน่วยงานรัฐใช้ TH Sarabun PSK ในเอกสารราชการ ลิขสิทธิ์เป็นของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และแจกให้ใช้ฟรี

สิ่งที่น่าสนใจคือในปี 2561 (2018) Cadson Demak ปรับปรุงฟอนต์ชุดนี้ร่วมกับ Google Fonts แล้วเผยแพร่ใต้สัญญาอนุญาต OFL ตามข้อมูลใน Wikipedia หัวข้อ National Fonts ชื่อที่เจอบน Google Fonts ตอนนี้คือ Krub, Niramit, Charm, Charmonman, Kodchasan, K2D, Mali, Chakra Petch, Bai Jamjuree, KoHo, Fahkwang, Srisakdi และ Sarabun

ถ้าจะใช้ฟอนต์ตระกูล SIPA กับงานธุรกิจ เลือกเวอร์ชันบน Google Fonts จะได้สัญญาอนุญาตที่ชัดเจนที่สุด และได้ไฟล์ที่ปรับปรุงมาใหม่กว่า

ถ้าใช้ไฟล์ชุดเดิมที่โหลดจากแหล่งอื่น ให้เปิดไฟล์สัญญาอนุญาตในชุดดาวน์โหลดอ่านก่อน เพราะเงื่อนไขของชุดเดิมกับเวอร์ชัน OFL ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ดาวน์โหลดจากไหนถึงจะชัวร์

  • Google Fonts ดาวน์โหลดได้ทั้งตระกูล ในไฟล์มีสัญญาอนุญาตแนบมาให้ และกรองภาษาไทยได้จากตัวกรอง Language
  • GitHub ของ Google Fonts (google/fonts) เหมาะกับคนทำเว็บที่อยากได้ไฟล์ต้นฉบับไปทำ self-host
  • เว็บของผู้ออกแบบหรือ foundry โดยตรง เงื่อนไขชัดที่สุด ถ้าเป็นฟอนต์เสียเงินก็ซื้อ license ได้จากตรงนั้น
  • เว็บรวมฟอนต์ไทยฟรี มีตัวเลือกเยอะและสวย แต่ฟอนต์แต่ละตัวมีเงื่อนไขของตัวเอง ต้องอ่านหน้าฟอนต์นั้นๆ ทุกครั้ง อย่าเหมาว่าทั้งเว็บใช้เงื่อนไขเดียวกัน

สิ่งที่ไม่แนะนำคือโหลดจากเว็บที่เอาฟอนต์เสียเงินมาแจกต่อ หรือไฟล์ที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชต เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าเจ้าของจริงอนุญาตอะไรไว้บ้าง

เช็ก 5 ข้อนี้ก่อนเอาฟอนต์ไปใช้กับงานลูกค้า

  1. เปิดไฟล์สัญญาอนุญาต หา OFL.txt หรือ LICENSE.txt ในไฟล์ที่โหลดมา ถ้าไม่มีไฟล์นี้เลยให้ถือว่ายังไม่ชัวร์
  2. หาคำว่า commercial use ถ้าเจอ “personal use only” หรือ “non-commercial” แปลว่าใช้กับธุรกิจไม่ได้
  3. ดูเรื่องเว็บไซต์แยกต่างหาก ฟอนต์เสียเงินหลายเจ้าแยก license สำหรับงานพิมพ์ (desktop) กับเว็บ (webfont) คนละราคา
  4. เช็กเงื่อนไขโลโก้ ฟอนต์ freeware บางตัวห้ามใช้ทำโลโก้หรือเครื่องหมายการค้า
  5. เก็บหลักฐานไว้ แคปหน้าเงื่อนไขหรือเก็บไฟล์สัญญาอนุญาตไว้ในโฟลเดอร์งาน ถ้ามีคำถามภายหลังจะตอบได้ทันที

ข้อ 3 เป็นข้อที่คนทำเว็บพลาดกันบ่อย ซื้อฟอนต์มาใช้ทำกราฟิกแล้วคิดว่าเอาไฟล์ขึ้นเว็บได้ด้วย ซึ่งหลายเจ้าไม่ได้รวมสิทธิ์นี้ไว้

ใส่ฟอนต์ไทยฟรีในเว็บ WordPress ยังไงไม่ให้เว็บช้า

เลือกฟอนต์ได้แล้วยังไม่จบ ฟอนต์ไทยเป็นหนึ่งในไฟล์ที่ทำให้เว็บโหลดช้าได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าโหลดหลายน้ำหนักพร้อมกัน ตัวอักษรกระพริบหรือหน้าเว็บขยับตอนฟอนต์โหลดเสร็จก็กระทบคะแนน Core Web Vitals โดยตรง โดยเฉพาะค่า LCP และ CLS

ตัวอย่างจากเว็บ eHowMe เอง

เว็บนี้ใช้ Google Sans สำหรับภาษาอังกฤษ และ Noto Sans Thai สำหรับภาษาไทย ทั้งสองตัวเป็น OFL (Google Sans เพิ่งเปิดให้ใช้ทั่วไปภายใต้ OFL ตั้งแต่ปลายปี 2025) วิธีที่เลือกใช้คือ self-host ไฟล์ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บเอง ไม่ได้ดึงจาก fonts.googleapis.com ตัวเลขที่วัดได้จากไฟล์จริงบนเว็บตอนเขียนบทความนี้เป็นแบบนี้

  • ไฟล์ภาษาไทย (Noto Sans Thai แบบ variable ครอบคลุมน้ำหนัก 400-700) ขนาดประมาณ 15 KB เพราะตัดเหลือเฉพาะช่วงอักขระไทย
  • ไฟล์ภาษาอังกฤษ (Google Sans แบบ variable) ขนาดประมาณ 54 KB
  • แยกด้วย unicode-range เบราว์เซอร์จะโหลดไฟล์ไทยก็ต่อเมื่อหน้านั้นมีตัวอักษรไทยจริง
  • ใช้ font-display: swap ให้ข้อความแสดงทันทีด้วยฟอนต์สำรอง แล้วค่อยสลับเมื่อโหลดเสร็จ และ preload ไฟล์ฟอนต์หลักไว้ใน <head>
ตารางขนาดไฟล์ฟอนต์ที่หน้าแรก ehowme.com โหลดจริง ไฟล์ภาษาไทย 15.2 KB และไฟล์ภาษาอังกฤษ 53.9 KB ไม่มีคำขอไปที่ Google Fonts
ขนาดไฟล์ฟอนต์ที่หน้าแรก ehowme.com โหลด วัดด้วย Resource Timing API ใน Chrome เมื่อ 12 ต.ค. 2026

โค้ด @font-face ที่ใช้หน้าตาประมาณนี้ (เปลี่ยน path ให้ตรงกับเว็บของคุณ)

CSS
@font-face {
  font-family: "Site Thai";
  src: url("/wp-content/uploads/fonts/noto-sans-thai-var.woff2") format("woff2");
  font-weight: 400 700;
  font-style: normal;
  font-display: swap;
  unicode-range: U+0E01-0E5B, U+200C-200D, U+25CC;
}

body {
  font-family: "Site Latin", "Site Thai", sans-serif;
}

ไฟล์ฟอนต์ที่เล็กที่สุดคือไฟล์ที่ไม่ต้องโหลด เลือกน้อยน้ำหนัก ใช้ variable font และตัดอักขระที่ไม่ใช้ออก ได้ผลกว่าปลั๊กอินเร่งความเร็วหลายตัว

Google Fonts API กับ self-host ต่างกันยังไง

ทั้งสองแบบใช้ได้ หน้า FAQ ของ Google Fonts อธิบายว่าถ้าเรียกผ่าน API เบราว์เซอร์ของผู้เข้าชมจะส่ง IP address, URL ที่ร้องขอ และ HTTP header ไปที่เซิร์ฟเวอร์ Google (Google ระบุว่าไม่ได้ใช้ข้อมูลนี้ทำโปรไฟล์หรือยิงโฆษณา) แต่ถ้า self-host ไว้บนเซิร์ฟเวอร์ตัวเอง Google จะไม่ได้รับข้อมูลการเข้าชมเลย ข้อแลกเปลี่ยนคือต้องอัปเดตไฟล์เองและต้องตัด subset เอง ซึ่ง API ทำให้อัตโนมัติ

บทความ Best practices for fonts ของ web.dev ก็ให้มุมมองคล้ายกัน คือ self-host ไม่ได้เร็วกว่าเสมอไป ควรวัดผลเทียบกับของเดิมก่อนเปลี่ยน วิธีวัดที่ง่ายที่สุดคือรัน PageSpeed Insights ก่อนและหลังแก้ แล้วดูว่าไฟล์ฟอนต์อยู่ในรายการ render-blocking หรือ LCP หรือเปล่า

ทางลัดสำหรับคนไม่อยากเขียนโค้ด

ตั้งแต่ WordPress 6.5 มีฟีเจอร์ Font Library ในตัว ติดตั้ง Google Fonts ได้จากในหน้า Styles ของ Site Editor และตามประกาศของ WordPress Core ระบบจะดาวน์โหลดไฟล์มาเก็บไว้ที่โฟลเดอร์ wp-content/fonts บนเซิร์ฟเวอร์ แทนการลิงก์ไปที่ Google ฟีเจอร์นี้ใช้กับธีมแบบบล็อกเป็นหลัก ถ้าใช้ธีมคลาสสิกหรือ page builder ให้ดูในตั้งค่าของธีมหรือ builder นั้นว่ามีตัวเลือกโหลดฟอนต์แบบ local หรือเปล่า

ส่วนใครเพิ่งเริ่มสร้างเว็บ WordPress แนะนำให้ตัดสินใจเรื่องฟอนต์ตั้งแต่ตอนเลือกธีม จะง่ายกว่ามาเปลี่ยนทีหลังตอนมีเนื้อหาเยอะแล้ว

เมื่อไหร่ที่ควรจ่ายเงินซื้อฟอนต์

ฟอนต์ฟรีกลุ่ม OFL คุณภาพดีพอสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ แต่ข้อเสียคือใครๆ ก็ใช้ เว็บไซต์ที่ใช้ Kanit หรือ Prompt มีเยอะมาก ถ้าแบรนด์ต้องการให้จำได้จากตัวอักษร หรือใช้ฟอนต์เป็นส่วนหนึ่งของโลโก้ระยะยาว การซื้อ license ฟอนต์เสียเงิน หรือจ้างออกแบบฟอนต์เฉพาะแบรนด์ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าได้ ผมมองว่าให้เริ่มจากฟอนต์ฟรีก่อน แล้วค่อยลงทุนเมื่อแบรนด์ชัดเจนแล้ว ไม่ต้องรีบตั้งแต่วันแรก

คำถามที่พบบ่อย

ฟอนต์ Kanit กับ Prompt ใช้เชิงพาณิชย์ได้ไหม

ได้ ทั้งสองตัวออกแบบโดย Cadson Demak และเผยแพร่บน Google Fonts ภายใต้สัญญาอนุญาต SIL Open Font License (OFL) ใช้ทำโลโก้ งานพิมพ์ โฆษณา และเว็บไซต์ธุรกิจได้ ข้อห้ามหลักคือห้ามนำไฟล์ฟอนต์ไปขายเดี่ยวๆ

TH Sarabun New ใช้กับงานธุรกิจได้หรือเปล่า

ถ้าต้องการความชัดเจนเรื่องสิทธิ์ แนะนำใช้ Sarabun บน Google Fonts ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่เผยแพร่ภายใต้ OFL ส่วนไฟล์ชุดเดิมของ SIPA ที่โหลดจากแหล่งอื่น ให้เปิดอ่านไฟล์สัญญาอนุญาตในชุดดาวน์โหลดก่อนใช้

ใช้ฟอนต์ OFL ต้องใส่เครดิตผู้ออกแบบไหม

ไม่บังคับสำหรับงานออกแบบ เช่น โลโก้ โปสเตอร์ หรือหน้าเว็บ แต่ถ้าแจกจ่ายไฟล์ฟอนต์ต่อ ต้องแนบไฟล์สัญญาอนุญาตและข้อความลิขสิทธิ์ไปด้วยทุกครั้ง

ดัดแปลงฟอนต์ OFL แล้วนำไปขายได้ไหม

ดัดแปลงได้ แต่ต้องเปลี่ยนชื่อฟอนต์ใหม่ ไม่ใช้ชื่อที่สงวนไว้ และยังต้องเผยแพร่ภายใต้ OFL เหมือนเดิม ขายไฟล์ฟอนต์เดี่ยวๆ ไม่ได้ แต่รวมฟอนต์ไว้ในผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ เช่น แอปหรือเทมเพลต

ฟอนต์ไทยทำให้เว็บช้าไหม แก้ยังไง

ทำให้ช้าได้ถ้าโหลดหลายน้ำหนักหรือไฟล์ใหญ่ ทางแก้คือเลือกแค่ 1-2 ตระกูล ใช้ไฟล์ WOFF2 แบบ variable ตัดเหลือเฉพาะอักขระที่ใช้ด้วย unicode-range ตั้ง font-display: swap และ preload ไฟล์หลัก แล้ววัดผลด้วย PageSpeed Insights

แหล่งอ้างอิง

  • Google Fonts, Frequently Asked Questions (fonts.google.com/faq)
  • SIL, OFL FAQ (openfontlicense.org)
  • Wikipedia, National Fonts
  • web.dev, Best practices for fonts
  • Make WordPress Core, New Feature: Font Library (WordPress 6.5)
เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook