← บทความทั้งหมด Online Marketing

LINE OA คืออะไร? ธุรกิจเล็กใช้ยังไงให้ได้ลูกค้าจริง

LINE OA คือบัญชี LINE สำหรับธุรกิจ ใช้ฟรีได้ 300 ข้อความบรอดแคสต์ต่อเดือน สรุปแพ็กเกจ วิธีนับข้อความ สิ่งที่ควรตั้งค่าก่อน และวิธีใช้ให้ได้ลูกค้าจริง

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 18 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความ LINE OA คืออะไร ธุรกิจเล็กใช้ยังไงให้ได้ลูกค้าจริง โทนสีเขียว มีสมาร์ทโฟนแสดงหน้าแชทร้านค้าและเมนูลัดด้านล่าง

LINE OA (LINE Official Account) คือบัญชี LINE สำหรับธุรกิจ ใช้คุยกับลูกค้าแบบตัวต่อตัว ส่งข่าวสารหรือโปรโมชันหาผู้ติดตามทีละหลายคน ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และดูสถิติได้ในที่เดียว เปิดใช้ได้ฟรีพร้อมข้อความบรอดแคสต์ 300 ข้อความต่อเดือน ถ้าต้องส่งมากกว่านั้นค่อยอัปเกรดเป็นแพ็กเกจรายเดือน

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

สำหรับร้านเล็กหรือธุรกิจบริการ LINE มักเป็นช่องทางที่ลูกค้าทักง่ายที่สุด เพราะเกือบทุกคนมีแอปอยู่ในมือถือแล้ว ไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่ม ไม่ต้องกรอกฟอร์ม แต่การเปิดบัญชีไว้เฉยๆ ไม่ได้ทำให้ลูกค้าเดินเข้ามาเอง บทความนี้ผมสรุปตั้งแต่ LINE OA คืออะไร ฟรีแค่ไหน นับข้อความยังไง ต้องตั้งค่าอะไรก่อน ไปจนถึงวิธีใช้ให้มันพาลูกค้ามาจริงๆ

LINE OA คืออะไร ต่างจาก LINE ส่วนตัวตรงไหน

ตามคำอธิบายของ LINE for Business บัญชีทางการคือบัญชีสำหรับธุรกิจที่ให้ร้านค้าสร้างฐานผู้ติดตามได้แบบไม่จำกัดจำนวน ส่งข้อมูลการตลาดและโปรโมชัน และสื่อสารกับลูกค้าเป็นรายบุคคลได้

ถ้าให้เทียบแบบเห็นภาพ LINE OA ก็คือ “หน้าร้าน” ของธุรกิจในแอป LINE ลูกค้ากดเพิ่มเพื่อนแล้วจะเห็นชื่อร้าน รูปโปรไฟล์ เมนูลัดด้านล่างแชท และพิมพ์ถามได้ทันที ฝั่งร้านก็จัดการทุกอย่างผ่านแอป LINE Official Account บนมือถือ หรือผ่านหน้าเว็บ LINE Official Account Manager บนคอม

หลายร้านเริ่มจากใช้ไลน์ส่วนตัวคุยกับลูกค้า ช่วงแรกก็พอไหว แต่พอลูกค้าเยอะขึ้นจะเริ่มเจอปัญหา แชทงานปนกับแชทครอบครัว พนักงานคนอื่นช่วยตอบแทนไม่ได้ และไม่มีทางส่งโปรโมชันหาลูกค้าทุกคนพร้อมกันแบบเป็นระบบ ตารางนี้สรุปความต่างหลักๆ

เรื่องLINE ส่วนตัวLINE OA
ใช้ทำอะไรคุยกับเพื่อนและครอบครัวสื่อสารกับลูกค้าในนามธุรกิจ
คนดูแลบัญชีเจ้าของบัญชีคนเดียวเพิ่มแอดมินหลายคนช่วยกันตอบแชทได้
ส่งข้อความหาหลายคนพร้อมกันต้องสร้างกลุ่มหรือส่งทีละคนบรอดแคสต์หาผู้ติดตามทั้งหมด หรือเลือกเฉพาะกลุ่มได้
ตอบกลับอัตโนมัติไม่มีมีข้อความทักทาย ตอบกลับอัตโนมัติ และตอบตามคีย์เวิร์ด
เมนูลัดหน้าแชทไม่มีตั้ง Rich Menu เป็นปุ่มลิงก์ไปเว็บไซต์ แผนที่ หรือเบอร์โทรได้
สถิติไม่มีดูจำนวนเพื่อน การเปิดอ่าน และการคลิกได้
ภาพลักษณ์ต่อลูกค้าเป็นบัญชีของคนคนหนึ่งเป็นบัญชีของร้าน ขอโล่รับรองได้

ทำไมธุรกิจไทยยังควรมี LINE OA

เหตุผลแรกตรงไปตรงมาที่สุด คือลูกค้าอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว หน้าเว็บของ LINE for Business ระบุว่าบัญชีทางการช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าไทยได้ถึง 56 ล้านบัญชี ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นวัยทำงาน ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไม่ค่อยเล่นโซเชียลอื่น ส่วนใหญ่ก็ยังเปิด LINE ทุกวัน

เหตุผลที่สองที่ผมว่าสำคัญกว่า คือ LINE เป็นช่องทางที่ลูกค้า “กล้าทัก” ลูกค้าหลายคนไม่อยากโทร เพราะกลัวถูกเร่งปิดการขาย และไม่อยากกรอกฟอร์มแล้วรอไม่รู้ว่าจะมีใครติดต่อกลับเมื่อไหร่ แต่ถ้าพิมพ์ถามในแชทได้ เขาจะรู้สึกว่าคุมจังหวะเองได้

LINE OA ไม่ได้ทำให้คนรู้จักร้านมากขึ้นเอง แต่มันทำให้คนที่รู้จักร้านแล้ว ทักมาง่ายขึ้น และกลับมาซื้อซ้ำง่ายขึ้น

ที่ eHowMe เองก็ใช้ LINE OA (@ehowme) เป็นช่องทางปรึกษาหลัก ปุ่ม LINE บนหน้าแรก หน้าบริการ และหน้าติดต่อชี้ไปที่ลิงก์เพิ่มเพื่อนลิงก์เดียวกันทั้งหมด เพราะคนที่กำลังคิดจะทำเว็บไซต์มักมีคำถามเล็กๆ หลายข้อก่อนตัดสินใจ เช่น ราคาประมาณเท่าไหร่ ใช้เวลากี่วัน แก้ไขเองได้ไหม การพิมพ์ถามในแชทจึงเป็นก้าวแรกที่ง่ายกว่าการกรอกฟอร์มยาวๆ

LINE OA ฟรีไหม? แพ็กเกจและค่าใช้จ่ายที่ควรรู้

เปิดบัญชีได้ฟรี และตามตารางแพ็กเกจบนเว็บ LINE for Business (เช็กเมื่อ ต.ค. 2026) บัญชีฟรีจะได้ข้อความบรอดแคสต์ 300 ข้อความต่อเดือน ถ้าต้องการมากกว่านั้นมีแพ็กเกจรายเดือนให้เลือก 2 แบบ

แพ็กเกจราคาต่อเดือน (ยังไม่รวม VAT 7%)ข้อความบรอดแคสต์ต่อเดือนส่งเกินโควตา
ฟรี0 บาท300 ข้อความส่งเพิ่มไม่ได้
เบสิก1,280 บาท15,000 ข้อความ0.10 บาท/ข้อความ
โปร1,780 บาท35,000 ข้อความ0.06 บาท/ข้อความ
ตารางแพ็กเกจ LINE Official Account แบบฟรี เบสิก และโปร เทียบราคา จำนวนข้อความบรอดแคสต์ และค่าข้อความเพิ่มเติม
ตารางแพ็กเกจจากหน้าเว็บ LINE for Business (ต.ค. 2026)

นอกจากค่าแพ็กเกจยังมีบริการเสริมอย่าง MyCustomer ซึ่งเป็นระบบ CRM และระบบสมาชิกบน LINE OA คิด 369 บาทสำหรับบัญชีฟรีและเบสิก ส่วนแพ็กเกจโปรรวมไว้ให้แล้ว อีกจุดที่ควรรู้คือแพ็กเกจรายเดือนซื้อผ่าน iOS ไม่ได้ ต้องซื้อผ่าน LINE Official Account Manager บนเว็บ

อะไรนับเป็นข้อความ อะไรไม่นับ

ตรงนี้คนเข้าใจผิดกันบ่อยมาก หลายคนคิดว่า 300 ข้อความคือตอบแชทลูกค้าได้ 300 ครั้ง ซึ่งไม่ใช่ ตามหน้าช่วยเหลือของ LINE Official Account ข้อความที่นับโควตาคือข้อความบรอดแคสต์ทุกแบบ รวมถึงแบบระบุกลุ่มเป้าหมาย และข้อความที่ส่งผ่าน Push, Multicast หรือ Broadcast API ส่วนที่ไม่นับมีดังนี้

  • การแชทโต้ตอบกับลูกค้าแบบตัวต่อตัว
  • ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และการตอบกลับตามคีย์เวิร์ด
  • ข้อความทักทายตอนลูกค้าเพิ่มเพื่อน
  • ข้อความที่ระบบตอบกลับผ่าน Reply API (กรณีต่อแชทบอท)

ส่วนวิธีนับจะคิดตามจำนวนคนที่ได้รับ ถ้ามีเพื่อน 200 คนแล้วส่งบรอดแคสต์ 1 ครั้ง ก็ใช้ไป 200 ข้อความ เหลือไม่พอส่งรอบที่สองให้ครบทุกคนแล้ว ถ้ามีเพื่อน 3,000 คนแล้วส่งสัปดาห์ละครั้ง ก็ใช้ราว 12,000-13,000 ข้อความต่อเดือน ซึ่งยังอยู่ในโควตาของแพ็กเกจเบสิก

โควตาฟรี 300 ข้อความไม่ได้แปลว่าตอบแชทได้ 300 ครั้ง แชทกับลูกค้าไม่นับ สิ่งที่นับคือข้อความบรอดแคสต์ คูณด้วยจำนวนคนที่ได้รับ

สรุปแบบเร็วๆ คือ ร้านที่ใช้ LINE OA เป็นช่องทางตอบคำถามเป็นหลัก แทบไม่ต้องจ่ายค่าแพ็กเกจเลย ค่าใช้จ่ายจะเริ่มเกิดขึ้นตอนที่อยากส่งโปรโมชันหาเพื่อนจำนวนมากเป็นประจำ

บัญชีทั่วไป บัญชีรับรอง และบัญชีพรีเมียม

นอกจากแพ็กเกจข้อความ LINE OA ยังแบ่งตามระดับการยืนยันตัวตนอีก 3 แบบ

  • บัญชีทั่วไป เปิดได้ทุกคน ไม่มีโล่ ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานได้ครบ แต่จะไม่แสดงในผลการค้นหาบน LINE
  • บัญชีรับรอง (โล่ฟ้า) ผ่านการตรวจสอบว่ามีตัวตนจริง ค้นหาเจอบน LINE ในหน้า Nearby และ For You รวมถึง search engine อย่าง Google และยิงแอดเพิ่มเพื่อนได้
  • บัญชีพรีเมียม (โล่เขียว) สำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือบัญชีที่มีผู้ติดตามหลักล้าน ต้องติดต่อผ่านเอเจนซี่
ตารางเปรียบเทียบบัญชี LINE OA แบบทั่วไป บัญชีรับรองโล่ฟ้า และบัญชีพรีเมียมโล่เขียว
เปรียบเทียบประเภทบัญชีจากหน้าเว็บ LINE for Business

ตามหน้าบัญชีรับรองของ LINE การอัปเกรดเป็นโล่ฟ้ามีค่าใช้จ่าย 888 บาท (ยังไม่รวม VAT) จ่ายครั้งเดียวใช้ได้ตลอด ต้องเตรียมเอกสารธุรกิจ เช่น หนังสือรับรองบริษัทจาก DBD หรือใบอนุญาตคลินิก ที่อยู่และเบอร์โทรที่ติดต่อได้จริง ชื่อผู้สมัครต้องเป็นชื่อบุคคล และชื่อบัญชีต้องตรงกับธุรกิจโดยไม่มีอีโมจิ หลังยื่นแล้วจะได้ผลทางอีเมลภายในประมาณ 7 วันทำการ

ความเห็นผม ถ้าเป็นร้านที่มีหน้าร้านจริง หรือมีลูกค้าค้นหาชื่อร้านอยู่แล้ว 888 บาทครั้งเดียวถือว่าคุ้ม เพราะโล่ฟ้าช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าไม่ได้ทักไปหาบัญชีปลอม แต่ถ้าเพิ่งเริ่มและยังไม่มีเอกสารธุรกิจ ใช้บัญชีทั่วไปไปก่อนก็ไม่เสียอะไร

สมัคร LINE OA เริ่มยังไง

สมัครได้ทั้งบนคอมและบนมือถือ ขั้นตอนตามคู่มือของ LINE สรุปได้ดังนี้

  1. เข้าเว็บ LINE for Business แล้วกดปุ่ม “สมัครบัญชีทางการเลย” หรือดาวน์โหลดแอป LINE Official Account บน iOS หรือ Android
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี LINE หรืออีเมล (Business ID)
  3. กรอกชื่อบัญชี หมวดหมู่ธุรกิจ และข้อมูลที่ระบบถาม
  4. ตรวจสอบข้อมูลแล้วกดยืนยัน บัญชีที่ได้จะเป็นบัญชีทั่วไปก่อนเสมอ
  5. ถ้าต้องการโล่ฟ้า ค่อยเข้าเมนูตั้งค่าแล้วกด “รับรองบัญชี” ภายหลัง

เคล็ดลับเล็กๆ คือ ตั้งชื่อบัญชีให้ตรงกับชื่อร้านบนป้ายหน้าร้าน เว็บไซต์ และ Google ตั้งแต่แรก เพราะถ้าวันหนึ่งจะขอบัญชีรับรอง ชื่อต้องตรงกับธุรกิจอยู่แล้ว และลูกค้าที่เห็นชื่อเดียวกันทุกช่องทางก็มั่นใจกว่า

ตั้งค่าพวกนี้ให้เรียบร้อยก่อนชวนลูกค้าเพิ่มเพื่อน

ลูกค้าที่เพิ่มเพื่อนครั้งแรกจะเห็นหน้าโปรไฟล์และข้อความทักทายก่อนอย่างอื่น ถ้าตรงนี้ว่างเปล่า ความรู้สึกแรกคือร้านนี้ยังไม่พร้อม ผมแนะนำให้ไล่ตั้งค่าตามนี้ก่อนเอา QR Code ไปติดที่ไหน

โปรไฟล์และข้อมูลพื้นฐาน

ใส่โลโก้ ภาพปก คำอธิบายสั้นๆ ว่าร้านทำอะไร เวลาทำการ ที่อยู่ เบอร์โทร และลิงก์เว็บไซต์ให้ครบ ข้อมูลพวกนี้ควรตรงกับที่อยู่บนเว็บไซต์และ Google ทุกตัวอักษร ลูกค้าจะได้ไม่สับสนว่าเบอร์ไหนใช้ได้จริง

ข้อความทักทายเมื่อเพิ่มเพื่อน

ข้อความนี้ไม่นับโควตา จึงเขียนให้มีประโยชน์ได้เต็มที่ เช่น บอกว่าร้านทำอะไร ถามเรื่องไหนได้บ้าง ปกติตอบแชทช่วงเวลาไหน และแนะนำให้กดเมนูด้านล่าง แทนที่จะเป็นแค่ “ขอบคุณที่เพิ่มเพื่อน” ประโยคเดียว

Rich Menu เมนูลัดใต้ห้องแชท

Rich Menu คือแผงปุ่มที่อยู่ด้านล่างห้องแชท เป็นจุดที่ลูกค้าเห็นทุกครั้งที่เปิดแชทกับร้าน ร้านเล็กส่วนใหญ่ใช้ 4-6 ปุ่มก็พอ เช่น ดูบริการและราคา ดูผลงาน นัดหมายหรือจองคิว แผนที่ร้าน โทรหาร้าน และเข้าเว็บไซต์

ตัวอย่าง Rich Menu ของ LINE OA บนหน้าจอมือถือ มี 6 ปุ่ม บริการและราคา ดูผลงาน จองคิว แผนที่ร้าน โทรหาร้าน และเว็บไซต์
ตัวอย่าง Rich Menu 6 ปุ่มสำหรับร้านเล็ก

หลักง่ายๆ คือเอาคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยที่สุดมาทำเป็นปุ่ม ถ้าลูกค้าถามราคาทุกวัน ปุ่มแรกก็ควรเป็นเรื่องราคา ไม่ใช่ปุ่ม “เกี่ยวกับเรา”

ตอบกลับอัตโนมัติและคีย์เวิร์ด

ตั้งคีย์เวิร์ดสำหรับคำถามที่ซ้ำๆ เช่น พิมพ์ว่า “ราคา” แล้วระบบตอบลิงก์หน้าราคากลับไป หรือตั้งข้อความนอกเวลาทำการว่าจะตอบกลับภายในกี่โมง ข้อความพวกนี้ไม่นับโควตาเหมือนกัน แต่ระวังอย่าตั้งให้บอทตอบทุกอย่างจนลูกค้าไม่ได้คุยกับคนจริงเลย สำหรับธุรกิจบริการ ลูกค้าส่วนใหญ่อยากได้คำตอบจากคน

แท็กและโน้ตลูกค้า

ในห้องแชทติดแท็กและจดโน้ตให้ลูกค้าแต่ละคนได้ เช่น “ขอใบเสนอราคาแล้ว” หรือ “ลูกค้าเก่า” ตามข้อมูลฟีเจอร์แชทของ LINE บัญชีฟรีสร้างแท็กได้สูงสุด 5 แท็ก ใส่ได้ 1 แท็กต่อห้องแชท และเก็บประวัติแชทย้อนหลัง 6 เดือน ถ้าต้องการมากกว่านั้นต้องใช้ OA แชทแพ็กเกจ สำหรับร้านเล็ก 5 แท็กก็พอแบ่งสถานะลูกค้าคร่าวๆ แล้ว

ใช้ LINE OA ยังไงให้ได้ลูกค้าจริง

ตั้งค่าเสร็จแล้วยังเป็นแค่ครึ่งทาง อีกครึ่งคือการพาคนที่ใช่เข้ามา และดูแลเขาให้ไม่กดบล็อก

หาเพื่อนจากคนที่ใกล้จะซื้ออยู่แล้ว

เพื่อนที่มีค่าที่สุดคือคนที่เคยซื้อหรือกำลังจะซื้อ ไม่ใช่คนที่กดเพิ่มเพราะแจกของ จุดที่ควรวาง QR Code หรือลิงก์เพิ่มเพื่อนคือจุดที่ลูกค้ามีคำถามหรือเพิ่งได้รับบริการ เช่น เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ใบเสร็จ หน้าบริการบนเว็บไซต์ และโปรไฟล์ร้านบน Google

ส่งบรอดแคสต์น้อยครั้ง แต่ทุกครั้งมีเหตุผล

ทุกข้อความที่เด้งเข้ามือถือลูกค้าโดยไม่มีประโยชน์ คือโอกาสที่เขาจะกดปิดแจ้งเตือนหรือบล็อกร้าน ผมมองว่าร้านเล็กส่งเดือนละ 2-4 ครั้งก็พอ ถ้าแต่ละครั้งมีเรื่องที่ลูกค้าอยากรู้จริง เช่น โปรประจำเดือน คิวว่างช่วงวันหยุด หรือสินค้าเข้าใหม่

ส่งบ่อยแต่ไม่มีเหตุผล คือการแลกยอดเพื่อนกับยอดบล็อก ส่งน้อยแต่ตรงใจ ลูกค้าจะยังเปิดอ่านเมื่อร้านส่งมาครั้งต่อไป

อีกเครื่องมือที่ช่วยประหยัดโควตาได้มาก คือการบรอดแคสต์แบบระบุกลุ่มเป้าหมาย ซึ่ง LINE เปิดให้เลือกส่งเฉพาะคนที่เคยเปิดหรือเคยคลิกข้อความบรอดแคสต์ก่อนหน้า แทนที่จะส่งหาเพื่อนทั้งหมดทุกครั้ง

ตอบแชทให้ไว

คนที่ทักมาส่วนใหญ่ทักร้านอื่นไปพร้อมกันด้วย ร้านที่ตอบก่อนมักได้เปรียบ ติดตั้งแอป LINE Official Account บนมือถือของคนที่รับผิดชอบ เปิดแจ้งเตือนไว้ และถ้าร้านมีหลายคน ให้แบ่งกันชัดเจนว่าใครดูแชทช่วงไหน

ใช้คูปองให้ลูกค้ามีเหตุผลกลับมา

LINE OA มีฟีเจอร์คูปองให้สร้างส่วนลดหรือของแถมส่งให้เพื่อนได้ เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำได้ เช่น ร้านอาหาร ร้านทำเล็บ ร้านซ่อม ส่วนธุรกิจที่ลูกค้าซื้อนานๆ ครั้ง เช่นงานรับเหมา คูปองอาจไม่จำเป็นเท่าการตอบคำถามให้ละเอียดและแสดงผลงานให้เห็น

เชื่อม LINE OA กับเว็บไซต์และ Google

LINE OA ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อมีช่องทางอื่นพาคนเข้ามา เพราะบัญชีทั่วไปไม่แสดงในการค้นหาบน LINE คนที่ยังไม่รู้จักร้านจึงต้องเจอร้านจากที่อื่นก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ Google และเว็บไซต์

  • บนเว็บไซต์ ใช้ลิงก์เพิ่มเพื่อน (ลิงก์ที่ขึ้นต้นด้วย lin.ee ซึ่งคัดลอกได้จาก LINE Official Account Manager) ทำเป็นปุ่มไว้ที่เมนูด้านบน หน้าบริการ และหน้าติดต่อ ถ้ากำลังวางโครงหน้าที่เว็บบริษัทควรมี ให้คิดไว้ตั้งแต่แรกว่าปุ่ม LINE จะอยู่ตรงไหนบ้าง
  • บน Google ถ้ามีโปรไฟล์ร้านบน Google แล้ว ใส่ลิงก์ LINE ในปุ่มของโพสต์อัปเดต และตอบรีวิวโดยชวนให้ทักมาทาง LINE ได้ ถ้ายังไม่มี ลองดูวิธีสมัคร Google Business Profile ซึ่งฟรีเหมือนกัน
  • วัดผล ลิงก์ที่ส่งจากบรอดแคสต์กลับมาที่เว็บไซต์ ให้ติด UTM เช่น utm_source=line แล้วไปดูใน Google Analytics ว่าคนจาก LINE เข้ามาดูหน้าไหน และกลายเป็นลูกค้ากี่คน

เมื่อไหร่ที่มี LINE OA อย่างเดียวยังไม่พอ

LINE OA เก่งเรื่องคุยและดูแลลูกค้าที่รู้จักร้านแล้ว แต่มีข้อจำกัดที่ควรรู้ไว้

  • คนที่ยังไม่รู้จักร้านหาไม่เจอ บัญชีทั่วไปไม่แสดงในผลการค้นหาบน LINE ส่วนคนที่ค้นหาบริการบน Google จะเจอเว็บไซต์และโปรไฟล์ร้านก่อน
  • ข้อมูลยาวๆ อ่านในแชทลำบาก รายละเอียดบริการ ตารางราคา ผลงาน หรือขั้นตอนการทำงาน วางบนเว็บไซต์แล้วส่งลิงก์ในแชทจะอ่านง่ายกว่ามาก
  • ร้านไม่ได้เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ราคาแพ็กเกจและเงื่อนไขขึ้นกับ LINE ถ้าวันหนึ่งเปลี่ยน ร้านก็ต้องปรับตาม การมีเว็บไซต์ของตัวเองเป็นฐานจึงช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้

ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะมีแค่ LINE OA หรือทำเว็บไซต์ควบคู่ไปด้วย ลองดูค่าทำเว็บไซต์แยกตามประเภทประกอบการตัดสินใจ สำหรับร้านเล็กหลายร้าน แค่เว็บไซต์ไม่กี่หน้าที่มีปุ่ม LINE ชัดๆ ก็ทำงานคู่กันได้ดีแล้ว

สุดท้าย LINE OA เป็นเครื่องมือที่เริ่มได้ฟรีและไม่ซับซ้อน สิ่งที่ทำให้ร้านหนึ่งได้ลูกค้าจาก LINE มากกว่าอีกร้าน มักไม่ใช่แพ็กเกจที่แพงกว่า แต่เป็นการตั้งค่าให้ลูกค้าถามง่าย ตอบไว และส่งข้อความเฉพาะตอนที่มีเรื่องควรบอกจริงๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LINE OA

LINE OA ใช้ฟรีได้ไหม?

ใช้ได้ฟรี บัญชีแบบฟรีได้ข้อความบรอดแคสต์ 300 ข้อความต่อเดือน ส่วนการแชทตอบลูกค้าแบบตัวต่อตัว ข้อความทักทาย และข้อความตอบกลับอัตโนมัติไม่นับโควตา ร้านที่ใช้ LINE OA ตอบคำถามลูกค้าเป็นหลักจึงใช้แบบฟรีได้นาน

LINE OA ต่างจาก LINE ส่วนตัวยังไง?

LINE OA เป็นบัญชีในนามธุรกิจ เพิ่มแอดมินได้หลายคน ส่งบรอดแคสต์หาผู้ติดตามได้ทีละมากๆ ตั้ง Rich Menu ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และดูสถิติได้ ส่วน LINE ส่วนตัวออกแบบมาเพื่อคุยกับเพื่อนและครอบครัว ไม่มีเครื่องมือเหล่านี้

โควตา 300 ข้อความของ LINE OA นับยังไง?

นับเฉพาะข้อความบรอดแคสต์ (รวมแบบระบุกลุ่มเป้าหมาย และข้อความที่ส่งผ่าน Push, Multicast, Broadcast API) คูณด้วยจำนวนผู้รับ เช่น มีเพื่อน 200 คน ส่งบรอดแคสต์ 1 ครั้ง เท่ากับใช้ไป 200 ข้อความ

บัญชีรับรอง LINE OA (โล่ฟ้า) ต้องจ่ายเท่าไหร่?

ตามหน้าเว็บ LINE for Business ค่าอัปเกรดเป็นบัญชีรับรองคือ 888 บาท ยังไม่รวม VAT จ่ายครั้งเดียว ต้องเตรียมเอกสารธุรกิจ ที่อยู่และเบอร์โทรที่ติดต่อได้จริง แล้วรอผลทางอีเมลประมาณ 7 วันทำการ

มี LINE OA แล้วยังต้องมีเว็บไซต์ไหม?

ขึ้นกับเป้าหมาย ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่รู้จักร้านอยู่แล้ว LINE OA อย่างเดียวอาจพอในช่วงแรก แต่ถ้าอยากให้คนใหม่ค้นเจอบน Google และอ่านรายละเอียดบริการ ราคา หรือผลงานได้ครบ เว็บไซต์ช่วยได้มากกว่า และใช้คู่กับปุ่ม LINE ได้ดี

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook