← บทความทั้งหมด WordPress

ทำเว็บเองหรือจ้างทำเว็บ ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนคุ้มกว่า

ทำเว็บเองหรือจ้างทำเว็บ ต่างกันที่ค่าใช้จ่าย เวลา และงานดูแลหลังเปิดเว็บ สรุปข้อดีข้อเสีย ต้นทุนที่มักลืมนับ และวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 19 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความทำเว็บเองหรือจ้างทำเว็บ โต๊ะไม้โทนครีมกับแล็ปท็อปที่หน้าเว็บกำลังสร้างครึ่งหนึ่ง ประแจ และสมุดเช็กลิสต์

ทำเว็บเอง หรือ จ้างทำเว็บ ต่างกันที่ “สิ่งที่คุณจ่าย” มากกว่าตัวเงิน ทำเองจ่ายเงินน้อยแต่จ่ายด้วยเวลาและการเรียนรู้ ส่วนจ้างจ่ายเงินมากกว่าแต่ได้เวลาคืนและได้คนรับผิดชอบงาน ถ้าเว็บเป็นแค่หน้าแนะนำร้านเล็กๆ ทำเองก็พอ แต่ถ้าเว็บต้องหาลูกค้า ขายของ หรือติด Google การจ้างมักคุ้มกว่าในระยะยาว

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

คำถามนี้ผมได้ยินบ่อยมากจากเจ้าของธุรกิจที่เพิ่งเริ่มคิดเรื่องเว็บไซต์ และคำตอบที่ตรงที่สุดคือ “ขึ้นอยู่กับว่าเว็บนี้มีหน้าที่อะไร” บทความนี้เลยจะไม่ตอบว่าแบบไหนดีกว่าแบบเหมารวม แต่จะไล่ให้เห็นค่าใช้จ่ายจริง เวลาที่ต้องใช้ งานที่มักถูกลืม และวิธีเลือกให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเอง

เทียบกันแบบเร็วๆ ทำเอง vs จ้าง

ถ้ายังไม่มีเวลาอ่านทั้งบทความ ตารางนี้สรุปความต่างหลักๆ ไว้ให้แล้ว ตัวเลขเป็นช่วงราคาโดยประมาณสำหรับเว็บ WordPress ขนาดเล็กถึงกลางในไทย

เรื่องที่เทียบทำเว็บเองจ้างทำเว็บ
เงินที่จ่ายปีแรกประมาณ 1,500-4,000 บาท (โดเมน + โฮสติ้ง + ธีมฟรี)หลักหลายพันถึงหลักหมื่นบาท ขึ้นกับจำนวนหน้าและระบบ
เวลาของเจ้าของธุรกิจมาก ต้องเรียนรู้ ลงมือ และแก้ปัญหาเองน้อย ส่วนใหญ่คือเตรียมข้อมูลและตรวจงาน
ความรู้ที่ต้องมีโดเมน โฮสติ้ง การตั้งค่า WordPress ปลั๊กอิน SEO เบื้องต้นรู้ว่าธุรกิจต้องการอะไร และสื่อสารให้ชัด
หน้าตาและโครงสร้างขึ้นกับฝีมือและเทมเพลตที่เลือกออกแบบตามแบรนด์ วางโครงสร้างหน้าตามเป้าหมาย
การดูแลหลังเปิดเว็บต้องอัปเดต สำรองข้อมูล และแก้ปัญหาเองทั้งหมดมีบริการหลังการขาย หรือจ้างดูแลรายปีได้
ความเสี่ยงหลักเว็บค้างครึ่งทาง ตั้งค่าพลาด ไม่มีคนช่วยเลือกผู้รับจ้างผิด งานไม่ตรงความต้องการ ไม่ได้ความเป็นเจ้าของเว็บ

จะเห็นว่าไม่มีฝั่งไหนชนะทุกข้อ สิ่งที่ต้องถามตัวเองจริงๆ คือ “เรื่องไหนที่เราขาดมากกว่ากัน ระหว่างเงินกับเวลา”

ทุกวันนี้ทำเว็บเองง่ายขึ้นแค่ไหน

ต้องยอมรับว่าการทำเว็บเองง่ายขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อสิบปีก่อน ไม่ต้องเขียนโค้ดก็มีเว็บได้ เครื่องมือหลักๆ ที่คนนิยมใช้มีอยู่ 2 กลุ่ม

  • เว็บสำเร็จรูป เช่น Wix หรือแพลตฟอร์มไทยต่างๆ ลากวางได้ จ่ายรายเดือนหรือรายปี เริ่มเร็ว แต่ย้ายออกยากและปรับแต่งได้เท่าที่แพลตฟอร์มเปิดให้
  • WordPress ซอฟต์แวร์ทำเว็บแบบ open source ที่ใช้ได้ฟรี ตามข้อมูลจาก WordPress.org ระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เว็บไซต์มากกว่า 43% ทั่วโลกเลือกใช้ ปรับแต่งได้แทบทุกอย่าง แต่ต้องดูแลเองมากกว่า

ถ้าคุณเลือกทาง WordPress และอยากลองทำเองจริงๆ ผมเขียนขั้นตอนสร้างเว็บ WordPress ด้วยตัวเองแบบ Step-by-Step ไว้แล้ว ตั้งแต่จดโดเมนจนถึงเช็กลิสต์ก่อนเปิดเว็บ

ส่วนที่ยังยากอยู่ไม่ใช่การ “ทำให้เว็บขึ้น” แต่เป็นการทำให้เว็บ “ทำงานได้” คือมีโครงสร้างหน้าที่ลูกค้าหาข้อมูลเจอ โหลดเร็วบนมือถือ และ Google เข้าใจว่าเว็บเราเกี่ยวกับอะไร ตรงนี้เครื่องมือช่วยได้แค่บางส่วน ที่เหลือต้องใช้ประสบการณ์

ทำเว็บให้ขึ้นใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่ทำเว็บให้มีคนเข้าและติดต่อกลับ ใช้เวลานานกว่านั้นมาก

ทำเว็บเองต้องจ่ายอะไรบ้าง (ไม่ได้มีแค่ค่าโฮสติ้ง)

หลายคนเลือกทำเองเพราะคิดว่าแทบไม่ต้องจ่ายอะไร ซึ่งก็จริงในแง่ตัวเงิน งบเริ่มต้นสำหรับเว็บ WordPress ที่ใช้งานได้จริงอยู่ราว 1,500-4,000 บาทต่อปี แบ่งเป็นค่าโดเมนประมาณ 300-600 บาท ค่าโฮสติ้งแบบ shared ประมาณ 1,000-3,000 บาท และใช้ธีมฟรี

แต่มีอีก 3 เรื่องที่มักไม่ได้อยู่ในงบตอนแรก

ราคาต่ออายุโฮสติ้งไม่เท่ากับราคาโปรโมชัน

โฮสติ้งส่วนใหญ่ขายราคาพิเศษสำหรับรอบแรก แล้วต่ออายุในราคาปกติ ตัวอย่างเช่นหน้า WordPress Hosting ของ Hostinger ณ เดือนตุลาคม 2026 แสดงแผน Premium ที่ 59 บาทต่อเดือนเมื่อจ่ายล่วงหน้า 48 เดือน แต่ราคาต่ออายุอยู่ที่ 159 บาทต่อเดือน (ยังไม่รวม VAT) ส่วนต่างเกือบ 3 เท่า ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แค่ควรรู้ไว้ก่อนวางงบระยะยาว

ตารางราคา WordPress Hosting ของ Hostinger แสดงราคาโปรโมชันรายเดือนเทียบกับราคาต่ออายุของแต่ละแพ็กเกจ
ราคาโปรโมชันกับราคาต่ออายุ WordPress Hosting ของ Hostinger (ภาพหน้าจอ ต.ค. 2026)

ปลั๊กอินและธีมแบบเสียเงิน

เว็บพื้นฐานใช้ของฟรีได้จริง แต่พอเริ่มอยากได้หน้าตาที่ปรับละเอียดขึ้น หลายคนจะขยับไปใช้ page builder แบบ Pro อย่าง Elementor Pro ซึ่งตามหน้าราคาของ Elementor เริ่มต้นที่ราว 60 ดอลลาร์ต่อปี รวมกับธีมพรีเมียมหรือปลั๊กอินเสริมอื่นๆ งบก็ค่อยๆ ขยับขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ต้นทุนเวลา ที่ไม่มีใครออกใบเสร็จให้

อันนี้คือค่าใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดแต่มองไม่เห็น ลองคิดแบบง่ายๆ ถ้าคุณใช้เวลาศึกษาและลงมือรวม 30-40 ชั่วโมงกว่าเว็บจะเสร็จ (ตัวเลขสมมติสำหรับคนที่เริ่มจากศูนย์) แล้วเวลาชั่วโมงหนึ่งของคุณมีค่าเท่าไหร่ในงานหลักของธุรกิจ คูณออกมาแล้วบางคนจะพบว่าแพงกว่าค่าจ้างเสียอีก

แต่ถ้าคุณสนุกกับการเรียนรู้ หรือมีเวลาว่างช่วงที่ธุรกิจยังไม่ยุ่ง ต้นทุนนี้ก็ต่ำลงมาก และได้ความรู้ติดตัวไปดูแลเว็บเองต่อได้

จ้างทำเว็บ จ่ายแล้วได้อะไรกลับมา

เงินที่จ่ายให้ผู้รับทำเว็บ ไม่ได้จ่ายแค่ค่า “ลากวางหน้าเว็บ” แต่จ่ายให้กับงานเหล่านี้

  • วางโครงสร้างหน้าและเมนูตามสิ่งที่ลูกค้าของคุณมองหา
  • ออกแบบให้ตรงกับแบรนด์ และใช้งานได้ดีบนมือถือ
  • ตั้งค่า SEO พื้นฐาน ความเร็ว และเครื่องมือวัดผลอย่าง Google Search Console กับ Google Analytics
  • ระบบเฉพาะทาง เช่น ตะกร้าสินค้า ชำระเงินออนไลน์ แจ้งเตือนออเดอร์
  • มีคนรับผิดชอบเมื่อเว็บมีปัญหาในช่วงรับประกัน

เพื่อให้เห็นภาพตัวเลข ขอยกแพ็กเกจของ eHowMe เป็นตัวอย่างหนึ่งในตลาด เว็บแนะนำธุรกิจไม่เกิน 3 หน้าเริ่มที่ 8,900 บาท เว็บไม่เกิน 7 หน้าที่รองรับร้านค้าออนไลน์ 15,900 บาท และเว็บร้านค้าครบระบบพร้อม payment gateway ไม่เกิน 20 หน้า 34,900 บาท ระยะเวลาทำอยู่ที่ประมาณ 7-30 วันตามรายละเอียดงาน ถ้าอยากเทียบราคาเว็บแต่ละแบบให้ละเอียดกว่านี้ ผมแยกไว้ในบทความทำเว็บไซต์ราคาเท่าไหร่ แยกตามประเภทเว็บ

ราคาของแต่ละเจ้าต่างกันได้มาก สิ่งที่ควรดูจึงไม่ใช่ตัวเลขอย่างเดียว แต่เป็น “ในราคานั้นได้อะไรบ้าง” เช่น แก้งานได้กี่รอบ รวมโดเมนและโฮสติ้งไหม และมีการสอนใช้งานหลังส่งมอบหรือเปล่า

ราคาถูกที่สุดไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดเสมอไป ถ้าต้องจ่ายซ้ำเพื่อทำใหม่ภายในปีเดียว

งานที่ไม่ค่อยมีใครนับ: ดูแลเว็บหลังเปิด

ไม่ว่าจะทำเองหรือจ้าง เว็บ WordPress ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง คู่มือ Hardening WordPress ของ WordPress เองแนะนำให้อัปเดต WordPress เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพราะเวอร์ชันเก่าจะไม่ได้รับแพตช์ความปลอดภัย และให้สำรองข้อมูลรวมถึงฐานข้อมูลเป็นประจำ

ในทางปฏิบัติ งานดูแลรายเดือนจะมีประมาณนี้

  1. อัปเดต WordPress ธีม และปลั๊กอิน แล้วเช็กว่าหน้าเว็บยังแสดงผลปกติ
  2. สำรองข้อมูลทั้งไฟล์และฐานข้อมูล เก็บไว้นอกโฮสติ้ง
  3. ลบปลั๊กอินที่ไม่ได้ใช้ ลดช่องโหว่และทำให้เว็บเบาลง
  4. ต่ออายุโดเมน โฮสติ้ง และ license ต่างๆ ให้ทันก่อนหมดอายุ

ถ้าทำเอง งานพวกนี้เป็นของคุณทั้งหมด ข้อดีคือคุณจะเข้าใจเว็บตัวเองดีมาก แต่ถ้าอัปเดตแล้วเว็บพัง ก็ต้องแก้เองหรือหาคนช่วยกลางทาง ส่วนเรื่องเลือกปลั๊กอินให้น้อยแต่พอ ผมสรุปไว้ในบทความปลั๊กอิน WordPress ที่ควรมี เผื่อใครอยากเริ่มแบบไม่ลงเยอะเกินจำเป็น

แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ

ทำเองเหมาะกับใคร

  • ธุรกิจที่เพิ่งเริ่ม งบจำกัด และอยากมีเว็บไว้ให้คนค้นเจอก่อน
  • เว็บที่มีไม่กี่หน้า เช่น หน้าแนะนำร้าน แผนที่ เบอร์โทร
  • คนที่ชอบเรียนรู้เรื่องเทคนิค และมีเวลาว่างพอสมควร
  • คนที่อยากลองทดสอบไอเดียธุรกิจก่อนลงทุนจริง

จ้างเหมาะกับใคร

  • ธุรกิจที่ใช้เว็บหาลูกค้าใหม่ หรือรับออเดอร์ผ่านเว็บโดยตรง
  • เว็บที่ต้องมีระบบ เช่น ร้านค้าออนไลน์ ระบบจอง หรือหลายภาษา
  • เจ้าของที่ไม่มีเวลา และอยากให้เว็บเสร็จตามกำหนด
  • ธุรกิจที่ภาพลักษณ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ เช่น คลินิก บริษัท B2B

ทางสายกลาง ที่หลายคนมองข้าม

จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเลือกขาวหรือดำ อีกแบบที่ผมคิดว่าคุ้มสำหรับธุรกิจเล็กคือ จ้างวางโครงและออกแบบครั้งแรก แล้วดูแลเนื้อหาเอง เช่น ให้ผู้รับจ้างทำหน้าหลัก ตั้งค่า SEO และระบบให้เรียบร้อย จากนั้นเจ้าของเพิ่มสินค้า แก้ราคา หรือเขียนบทความเองผ่านหลังบ้าน แบบนี้จ่ายครั้งเดียวในส่วนที่ยาก และประหยัดในส่วนที่ทำเองได้

แผนผังตัดสินใจว่าควรทำเว็บเองหรือจ้างทำเว็บ แยกตามเป้าหมายของเว็บและเวลาที่มีในการดูแล
ใช้ 2 คำถามนี้ช่วยเลือกได้เร็วขึ้น

คำถามที่ดีกว่า “ทำเองหรือจ้าง” คือ “ส่วนไหนควรจ้าง และส่วนไหนเราทำเองได้”

ถ้าจะจ้าง เช็กเรื่องพวกนี้ก่อนจ่ายเงิน

ปัญหาที่เจอบ่อยหลังจ้างทำเว็บ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากฝีมือออกแบบ แต่มาจากเรื่องที่ไม่ได้ตกลงกันให้ชัดตั้งแต่แรก

  • ชื่อเจ้าของโดเมน ควรเป็นชื่อธุรกิจหรือของคุณเอง ไม่ใช่ของผู้รับจ้าง ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องนี้ อ่านเรื่องโดเมนคืออะไรและวิธีจดโดเมน ประกอบได้
  • บัญชีผู้ดูแลเว็บ (Administrator) คุณควรได้สิทธิ์สูงสุดหลังส่งมอบ
  • License ธีมและปลั๊กอิน ใครเป็นเจ้าของ ต่ออายุอย่างไร
  • จำนวนรอบแก้ไขและขอบเขตงาน เขียนไว้ในใบเสนอราคาให้ชัด
  • การดูแลหลังส่งมอบ มีระยะรับประกันไหม และค่าดูแลรายปีเท่าไหร่

ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะจ้าง ลองเตรียมตัวตามเช็กลิสต์ก่อนจ้างบริษัททำเว็บ จะช่วยให้คุยกับผู้รับจ้างได้เร็วขึ้น และได้ใบเสนอราคาที่ตรงกับงานจริง

ความเห็นส่วนตัวของผม

ผมทำเว็บ WordPress มาเกิน 10 ปี ฟังดูเหมือนจะเชียร์ให้จ้าง แต่จริงๆ ผมคิดว่าเจ้าของธุรกิจทุกคนควรรู้พื้นฐานการจัดการเว็บตัวเองไว้บ้าง อย่างน้อยให้แก้ข้อความ เพิ่มรูป หรือเช็กว่าโดเมนหมดอายุเมื่อไหร่ได้เอง เพราะเว็บเป็นทรัพย์สินของธุรกิจ ไม่ควรพึ่งคนอื่น 100%

ถ้าธุรกิจยังเล็กมากและยังไม่แน่ใจว่าเว็บจะช่วยอะไรได้ ลองทำเองก่อนก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าวันไหนรู้สึกว่าเว็บเริ่มกินเวลาที่ควรเอาไปดูแลลูกค้า นั่นแหละคือสัญญาณว่าถึงเวลาส่งต่อให้คนที่ทำอาชีพนี้ ถ้าอยากคุยว่าเว็บแบบที่คิดไว้ควรทำส่วนไหนเอง ส่วนไหนควรจ้าง ดูรายละเอียดบริการรับทำเว็บไซต์ WordPress หรือทักมาถามก่อนได้

คำถามที่พบบ่อย

ทำเว็บเองยากไหม ถ้าไม่มีพื้นฐานเขียนโค้ด

ไม่ยากเท่าเมื่อก่อน ทั้งเว็บสำเร็จรูปและ WordPress ใช้งานแบบลากวางได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ส่วนที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้คือการตั้งค่าโดเมน โฮสติ้ง ความเร็ว และ SEO ให้เว็บทำงานได้จริง

ทำเว็บ WordPress เองใช้งบเริ่มต้นเท่าไหร่

ถ้าใช้ธีมและปลั๊กอินฟรี งบเริ่มต้นอยู่ราว 1,500-4,000 บาทต่อปี สำหรับค่าโดเมนและโฮสติ้ง แต่ควรเช็กราคาต่ออายุของโฮสติ้งด้วย เพราะมักสูงกว่าราคาโปรโมชันรอบแรก

จ้างทำเว็บไซต์ใช้เวลากี่วัน

ขึ้นกับจำนวนหน้าและระบบที่ต้องการ เว็บแนะนำธุรกิจไม่กี่หน้าอาจเสร็จในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนเว็บร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบชำระเงินใช้เวลานานกว่า ตัวอย่างเช่นงานของ eHowMe ใช้เวลาประมาณ 7-30 วันตามรายละเอียดงาน

จ้างทำเว็บแล้ว แก้ไขเนื้อหาเองได้ไหม

ได้ ถ้าเว็บทำด้วย CMS อย่าง WordPress และคุณได้บัญชีผู้ดูแลระบบหลังส่งมอบ ควรตกลงตั้งแต่แรกว่าผู้รับจ้างจะสอนการแก้ข้อความ เพิ่มรูป หรือเพิ่มสินค้าให้ด้วย

ทำเว็บเองไปก่อน แล้วค่อยจ้างทีหลังได้ไหม

ได้ และเป็นทางที่หลายธุรกิจเลือก ข้อควรระวังคือจดโดเมนในชื่อตัวเองตั้งแต่แรก และเลือกแพลตฟอร์มที่ย้ายออกได้ง่าย เพื่อให้ผู้รับจ้างต่อยอดจากของเดิมได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook