← บทความทั้งหมด WordPress

จ้างทำเว็บไซต์ ต้องเตรียมอะไรบ้าง [เช็กลิสต์ก่อนจ้างบริษัททำเว็บ 2026]

เช็กลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจ้างทำเว็บไซต์ ตั้งแต่เป้าหมาย งบประมาณ เนื้อหา ไปจนถึงวิธีเลือกบริษัททำเว็บ พร้อมตารางราคาโดยประมาณ

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 24 กันยายน 2026
จ้างทำเว็บไซต์ ต้องเตรียมอะไรบ้าง เช็กลิสต์ก่อนจ้างบริษัททำเว็บ

ก่อนจ้างทำเว็บไซต์ สิ่งที่ต้องเตรียมหลัก ๆ คือเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายของเว็บ งบประมาณและขอบเขตงานที่ชัดเจน เนื้อหาและรูปภาพของธุรกิจ โดเมนกับโฮสติ้ง (ถ้ามีอยู่แล้ว) และกรอบเวลาที่ต้องการ ยิ่งเตรียมมาครบ งานยิ่งเร็วและตรงใจ ไม่ต้องแก้ไปแก้มาหลายรอบ

วางเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายให้ชัดก่อนคุยกับทีมทำเว็บ

ทีมงานเราเจอลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่เริ่มต้นด้วยประโยค “เอาแบบสวย ๆ ก็พอ” ซึ่งฟังดูง่าย แต่พอถึงขั้นตอนออกแบบจริงกลับสะดุด เพราะ “สวย” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และเว็บไซต์ที่ดีไม่ได้วัดกันที่ความสวยอย่างเดียว

ก่อนคุยกับทีมทำเว็บ ลองตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ก่อน: เว็บไซต์นี้ทำไปเพื่ออะไร ขายของ สร้างความน่าเชื่อถือ หรือเป็นช่องทางให้ลูกค้าติดต่อ กลุ่มเป้าหมายคือใคร อายุเท่าไหร่ ดูเว็บผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นหลัก และอยากให้คนที่เข้ามาทำอะไรต่อ กดสั่งซื้อ โทรหา หรือกรอกฟอร์ม คำตอบพวกนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางทั้งดีไซน์และโครงสร้างเว็บ ไม่ใช่แค่เรื่องสี

กำหนดงบประมาณและขอบเขตงาน (Scope of Work)

กำหนดงบประมาณและขอบเขตงาน Scope of Work ก่อนจ้างบริษัททำเว็บไซต์

งบประมาณกับขอบเขตงานเป็นสองเรื่องที่ต้องคุยคู่กัน เพราะจำนวนหน้า ฟังก์ชันพิเศษ และระบบหลังบ้านที่ต้องการ ล้วนส่งผลต่อราคาโดยตรง ก่อนขอใบเสนอราคา ควรสรุปให้ได้ก่อนว่า:

  • เว็บไซต์มีกี่หน้า และแต่ละหน้าทำหน้าที่อะไร
  • ต้องการฟังก์ชันพิเศษไหม เช่น ระบบตะกร้าสินค้า ระบบจองคิว หรือระบบสมาชิก
  • ต้องแก้ไขเนื้อหาเองได้หรือไม่ (ถ้าใช่ ควรถามเรื่องระบบหลังบ้านที่ใช้งานง่ายตั้งแต่ต้น)
  • จำนวนรอบแก้ไขที่รวมอยู่ในราคา และค่าใช้จ่ายส่วนเกินถ้าแก้เกินรอบ

ขอบเขตงานที่เขียนไม่ชัด คือสาเหตุอันดับต้น ๆ ของความขัดแย้งระหว่างลูกค้ากับทีมทำเว็บ เพราะพอถึงกลางทางแล้วอยากเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ราคาที่ตกลงกันไว้ตอนแรกก็ไม่ครอบคลุมแล้ว

เตรียมเนื้อหาและข้อมูลธุรกิจให้พร้อม

ขั้นตอนที่กินเวลานานที่สุดของโปรเจกต์ทำเว็บส่วนใหญ่ไม่ใช่การออกแบบหรือเขียนโค้ด แต่คือการรอเนื้อหาจากลูกค้า ยิ่งเตรียมมาก่อนได้เยอะเท่าไหร่ งานยิ่งเสร็จเร็วเท่านั้น สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้

โลโก้และภาพลักษณ์แบรนด์

ไฟล์โลโก้ความละเอียดสูง (ควรเป็น PNG พื้นหลังโปร่งใส หรือ SVG) พร้อมโทนสีหลักของแบรนด์ ถ้ามี Brand Guideline อยู่แล้วยิ่งดี เพราะทีมออกแบบจะได้ยึดตามนั้นได้เลยโดยไม่ต้องเดา

ข้อความอธิบายธุรกิจและบริการ

ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ รายการสินค้าหรือบริการ จุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่ง และข้อมูลติดต่อ ไม่จำเป็นต้องเขียนสวยเป๊ะตั้งแต่แรก เขียนเป็นร่างคร่าว ๆ ไปก่อนได้ ทีมทำเว็บส่วนใหญ่ช่วยขัดเกลาให้ในขั้นตอนถัดไป

รูปภาพและวิดีโอ

รูปสินค้า รูปหน้าร้านหรือออฟฟิศ รูปทีมงาน หรือวิดีโอแนะนำธุรกิจ ควรเป็นรูปที่ถ่ายเองจริง ไม่ใช่ภาพสต๊อกทั่วไป เพราะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่า ถ้ายังไม่มีรูปคุณภาพดี ทีมทำเว็บบางเจ้ามีบริการถ่ายภาพเพิ่มเติมให้เลือกใช้

โครงสร้างเว็บไซต์ (Sitemap)

ลิสต์รายชื่อหน้าที่ต้องการคร่าว ๆ เช่น หน้าแรก เกี่ยวกับเรา บริการ ผลงาน ติดต่อเรา ไม่ต้องละเอียดมาก แค่ให้เห็นภาพรวมว่าเว็บไซต์มีกี่หน้าและแต่ละหน้าเชื่อมโยงกันยังไง ถ้าไม่แน่ใจว่าเว็บบริษัทควรมีหน้าอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติมได้ใน เว็บไซต์บริษัทด้วย WordPress ควรมีหน้าอะไรบ้าง

โดเมนเนมกับโฮสติ้ง มีอยู่แล้วหรือให้ทีมจัดให้

ถ้ามีโดเมนเนมและโฮสติ้งอยู่แล้ว ให้เตรียม Username/Password หรือสิทธิ์การเข้าถึงไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทีมทำเว็บเชื่อมต่อได้ทันที แต่ถ้ายังไม่มี ทีมทำเว็บส่วนใหญ่ช่วยจดโดเมนและแนะนำโฮสติ้งที่เหมาะกับขนาดเว็บไซต์ให้ได้ กรณีที่มีเว็บไซต์เดิมอยู่แล้วและต้องการทำใหม่ ควรแจ้งไว้ตั้งแต่ต้นด้วย เพราะการย้ายเว็บมีเรื่อง SEO และการตั้งค่า Redirect ที่ต้องวางแผนไม่ให้อันดับที่มีอยู่เดิมหายไป

ตกลงระยะเวลาและจำนวนรอบแก้ไขให้ชัดเจน

เว็บไซต์พื้นฐานส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ส่วนเว็บที่มีระบบซับซ้อนอย่างอีคอมเมิร์ซอาจใช้เวลา 1-2 เดือนขึ้นไป แต่ตัวเลขนี้จะยืดออกได้เสมอถ้าฝั่งลูกค้าส่งเนื้อหาช้า ดังนั้นควรตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าใครส่งอะไรภายในกี่วัน และจำนวนรอบแก้ไขที่รวมอยู่ในราคามีกี่รอบ เพื่อไม่ให้โปรเจกต์ยืดเยื้อโดยไม่มีจุดจบ

จ้างทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่

ราคาทำเว็บไซต์ในไทยมีช่วงกว้างมาก ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของฟังก์ชันและจำนวนหน้า ตารางแรกด้านล่างเป็นช่วงราคาที่พบทั่วไปเมื่อจ้าง Agency ส่วนใหญ่ในตลาด ส่วนตารางที่สองเป็นราคาแพ็กเกจเริ่มต้นจริงของทีมเรา eHowMe เพื่อใช้ประกอบการตั้งงบประมาณ

ราคาตลาดทั่วไป (Agency ส่วนใหญ่)

ประเภทเว็บไซต์ราคาตลาดทั่วไปเหมาะกับ
เว็บไซต์ข้อมูลพื้นฐาน (ไม่เกิน 3 หน้า เช่น Landing Page, Portfolio)10,000 – 30,000 บาทธุรกิจ SME ที่ต้องการความน่าเชื่อถือออนไลน์
เว็บไซต์ธุรกิจ/ร้านค้าขนาดกลาง (ไม่เกิน 7 หน้า ลงสินค้าเองได้)30,000 – 60,000 บาทธุรกิจที่ต้องอัปเดตเนื้อหาหรือลงสินค้าเองบ่อย
เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระบบครบวงจร (ตะกร้า + ชำระเงินออนไลน์)50,000 – 150,000 บาทขึ้นไปธุรกิจที่ขายสินค้าออนไลน์เป็นหลัก

ราคาแพ็กเกจเริ่มต้นของ eHowMe

แพ็กเกจราคาเริ่มต้นเหมาะกับ
Basic Package (ไม่เกิน 3 หน้า)8,900 บาทLanding Page, Blog ส่วนตัว, เว็บ Portfolio
Standard Package (ไม่เกิน 7 หน้า ลงสินค้าฟรี 20 ชิ้น)15,900 บาทเว็บไซต์ขายสินค้าที่ยังไม่มีระบบชำระเงิน
Premium Package (ไม่เกิน 20 หน้า ลงสินค้าฟรี 50 ชิ้น)34,900 บาทเว็บ Ecommerce ที่ใช้ระบบซับซ้อน มี Payment Gateway

ตัวเลขฝั่งตลาดทั่วไปเป็นกรอบกว้าง ๆ ที่พบได้จาก Agency ทำเว็บส่วนใหญ่ ส่วนราคาฝั่ง eHowMe เป็นราคาแพ็กเกจเริ่มต้นจริงตามหน้าบริการรับทำเว็บไซต์ WordPress ราคาจริงของทั้งสองฝั่งเปลี่ยนได้ตามฟังก์ชันพิเศษที่ขอเพิ่ม เช่น ระบบสมาชิก การเชื่อมต่อ API กับระบบอื่น หรือดีไซน์ที่ต้องออกแบบเฉพาะทุกหน้า ทางที่ดีที่สุดคือขอใบเสนอราคาจากหลายเจ้าโดยให้ข้อมูล Scope of Work เดียวกัน จะได้เทียบราคากันได้ตรง ๆ

เลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ยังไงไม่ให้พลาด

ราคาถูกที่สุดไม่ได้แปลว่าคุ้มที่สุดเสมอไป สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจจ้างมีดังนี้

  • มีผลงานจริงให้ดู ไม่ใช่แค่ภาพตัวอย่างในโบรชัวร์ ลองคลิกเข้าไปดูเว็บไซต์จริงที่เคยทำ เช็กความเร็วและการแสดงผลบนมือถือด้วย
  • คุยเรื่อง SEO และความเร็วเว็บตั้งแต่ต้น เว็บที่สวยแต่โหลดช้าหรือไม่ติดอันดับ Google เลย ไม่ได้ช่วยธุรกิจเท่าที่ควร
  • มีขอบเขตงานและสัญญาที่ชัดเจน ระบุจำนวนหน้า ฟังก์ชัน จำนวนรอบแก้ไข และระยะเวลาส่งงานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ถามเรื่องการดูแลหลังส่งงาน เว็บไซต์ต้องอัปเดตปลั๊กอินและแพตช์ความปลอดภัยอยู่เรื่อย ๆ ถ้าไม่มีทีมดูแลต่อ ควรรู้วิธีจัดการเบื้องต้นเอง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยตอนเตรียมข้อมูลจ้างทำเว็บ

  • ไม่มีเนื้อหาพร้อมตั้งแต่ต้น แล้วคาดหวังให้เว็บเสร็จตามกำหนดเดิม ทั้งที่ยังส่งรูปภาพและข้อความไม่ครบ
  • เปลี่ยนใจกลางทาง เช่น เปลี่ยนโทนสีหรือโครงสร้างเว็บหลังจากอนุมัติดีไซน์ไปแล้ว ทำให้ต้องแก้งานที่ทำเสร็จแล้วใหม่ทั้งหมด
  • ไม่ได้เก็บสิทธิ์เข้าถึงโดเมนและโฮสติ้งเป็นของตัวเอง พอเลิกใช้บริการทีมเดิม อาจเข้าไม่ถึงเว็บไซต์ตัวเองเลย
  • ลืมคุยเรื่องการดูแลหลังส่งงาน พอเว็บมีปัญหาหลังหมดประกัน ไม่รู้จะติดต่อใคร หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่ได้เตรียมใจไว้

คำถามที่พบบ่อย

ถ้ายังไม่มีเนื้อหาเลย จ้างทำเว็บได้ไหม
ได้ แต่ระยะเวลาส่งงานจะยืดออกไปตามเวลาที่ใช้เตรียมเนื้อหา ทีมทำเว็บบางเจ้ามีบริการช่วยเขียนคอนเทนต์เบื้องต้นให้ ควรถามไว้ตั้งแต่ขอใบเสนอราคา

ไม่มีโดเมนกับโฮสติ้งเลย ต้องเตรียมเองไหม
ไม่จำเป็น ทีมทำเว็บส่วนใหญ่ช่วยจดโดเมนและแนะนำโฮสติ้งให้ได้ แต่ควรให้ชื่อโดเมนและบัญชีโฮสติ้งจดในนามของธุรกิจเรา ไม่ใช่ของทีมทำเว็บ เพื่อความเป็นเจ้าของที่ชัดเจน

เว็บไซต์เสร็จแล้วต้องดูแลต่อเองไหม
ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่ตกลงกัน บางเจ้ามีแพ็กเกจดูแลรายเดือน (อัปเดตปลั๊กอิน สำรองข้อมูล แก้ไขปัญหา) ถ้าไม่มี ควรเรียนรู้การใช้งานเบื้องต้นของระบบหลังบ้านไว้เอง

ทำไมใบเสนอราคาแต่ละเจ้าถึงต่างกันเยอะ
ส่วนใหญ่เพราะ Scope of Work ที่ให้แต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน หรือบางเจ้ารวมค่าดูแลหลังส่งงานไว้ในราคาแล้วบางเจ้าไม่รวม ทางที่ดีคือให้รายละเอียดเดียวกันกับทุกเจ้าตอนขอราคา จะได้เทียบกันได้ตรงจุด

สรุป

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนจ้างทำเว็บไซต์สรุปสั้น ๆ คือ เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน งบประมาณและขอบเขตงานที่ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร เนื้อหาและรูปภาพของธุรกิจ ข้อมูลโดเมน/โฮสติ้ง (ถ้ามี) และกรอบเวลาที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ ยิ่งเตรียมมาครบตั้งแต่ต้น งานยิ่งเสร็จเร็วและตรงกับที่ต้องการมากขึ้น

หลังเว็บไซต์เสร็จแล้ว อีกสิ่งที่ควรรู้คือควรติดตั้งปลั๊กอินอะไรบ้าง อ่านสรุปครบทุกหมวดได้ใน ปลั๊กอิน WordPress ที่ควรมี

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook