Template ฟรี ที่ธุรกิจขนาดเล็กหยิบมาใช้บ่อยจริงๆ มีอยู่ไม่กี่ตัว คือใบเสนอราคา คอมการ์ด และสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ บทความนี้รวมโครงของทั้งสามแบบที่คัดลอกไปปรับใช้ได้เลย พร้อมบอกว่าเอกสารแต่ละตัวต้องมีช่องไหนบ้าง และจุดไหนที่ถ้าไม่เขียนไว้ตั้งแต่แรก มักต้องมาคุยกันยาวตอนส่งงาน
สำหรับใบเสนอราคาและสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ ผมทำตัวอย่างฉบับเต็มไว้ให้โหลดไปดูได้ทั้งแบบ Google Docs และ PDF อยู่ในหัวข้อถัดไป ส่วนคอมการ์ดมีไฟล์เทมเพลตอยู่ในบทความของมันเอง ผมใส่ลิงก์ไว้ในหัวข้อคอมการ์ดด้านล่าง
ดาวน์โหลดตัวอย่างใบเสนอราคาและสัญญาจ้างทำเว็บไซต์
ตัวอย่างนี้ใช้รูปแบบเดียวกับเอกสารที่ eHowMe ส่งให้ลูกค้าจริง โดยสมมติว่าลูกค้าเป็นร้านค้าออนไลน์ขายของแต่งบ้านที่จ้างทำเว็บไซต์ E-Commerce ชื่อบริษัท เลขทะเบียน และชื่อโดเมนในไฟล์เป็นข้อมูลสมมติทั้งหมด
| เอกสาร | Google Docs (ทำสำเนาไปแก้ไข) | |
|---|---|---|
| ตัวอย่างใบเสนอราคา เว็บไซต์ E-Commerce | ทำสำเนาใบเสนอราคา | ดาวน์โหลด PDF ใบเสนอราคา |
| ตัวอย่างสัญญาจ้างทำเว็บไซต์ | ทำสำเนาสัญญาจ้าง | ดาวน์โหลด PDF สัญญาจ้าง |
ลิงก์ Google Docs จะพาไปหน้าทำสำเนา กดยืนยันแล้วไฟล์จะเข้าไปอยู่ใน Google Drive ของคุณ แก้ได้ทันทีโดยไม่กระทบต้นฉบับ (ต้องล็อกอินบัญชี Google ก่อน) หรือเปิดดู โฟลเดอร์รวมไฟล์ตัวอย่าง ทั้งหมดได้
เอกสารทั้งสองเป็นเพียงตัวอย่าง ถ้าจะนำไปใช้จริง ต้องปรับขอบเขตงาน ราคา ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ตรงกับโปรเจกต์และข้อตกลงของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ถ้าเป็นงานมูลค่าสูงหรือมีเงื่อนไขพิเศษ ควรให้นักกฎหมายตรวจสัญญาก่อนลงนาม
สามเอกสารนี้ใช้ตอนไหน ต่างกันยังไง
ก่อนลงรายละเอียด ดูภาพรวมก่อนว่าแต่ละตัวอยู่ช่วงไหนของการทำงาน เพราะหลายคนเอาใบเสนอราคาไปใช้แทนสัญญา หรือคิดว่ามีสัญญาแล้วไม่ต้องมีใบเสนอราคา ซึ่งจริงๆ มันทำงานคนละหน้าที่กัน
| เอกสาร | ใช้ช่วงไหน | ใครเป็นคนออก | หน้าที่หลัก |
|---|---|---|---|
| ใบเสนอราคา (Quotation) | ก่อนตกลงจ้าง | ผู้ขาย / ผู้รับจ้าง | บอกรายการ ราคา เงื่อนไข และระยะเวลายืนราคา ให้ลูกค้าตัดสินใจ |
| คอมการ์ด (Comp Card) | ตอนสมัครงานหรือเสนอตัวกับเอเจนซี่ | นายแบบ นางแบบ นักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ | สรุปรูปและข้อมูลตัวเองในหน้าเดียว ให้คนคัดตัวดูได้เร็ว |
| สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ | หลังตกลงราคา ก่อนเริ่มงาน | ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างลงนามร่วมกัน | กำหนดขอบเขตงาน งวดเงิน การตรวจรับ และความเป็นเจ้าของผลงาน |
ใบเสนอราคา ต้องมีช่องอะไรบ้าง
ใบเสนอราคาที่ดีไม่จำเป็นต้องสวย แต่ต้องอ่านแล้วไม่ต้องถามกลับ ลูกค้าควรรู้ได้ทันทีว่าจ่ายเท่าไหร่ ได้อะไร จ่ายเมื่อไหร่ และราคานี้ใช้ได้ถึงวันไหน ถ้าข้อใดข้อหนึ่งไม่ชัด ส่วนใหญ่จะกลายเป็นคำถามในแชตอีกหลายรอบ
โครงใบเสนอราคาแบบคัดลอกไปใช้
ตารางนี้คือช่องที่ผมแนะนำให้มีครบ จะจัดหน้าแบบไหนก็ได้ แต่ข้อมูลควรอยู่ครบตามนี้
| ส่วน | ข้อมูลที่ต้องใส่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| หัวเอกสาร | คำว่า “ใบเสนอราคา” เลขที่เอกสาร วันที่ออก | ตั้งเลขรันต่อเนื่อง เช่น QT-2026-001 จะค้นย้อนหลังง่าย |
| ผู้เสนอราคา | ชื่อบริษัทหรือชื่อบุคคล ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี เบอร์โทร อีเมล | ใส่ชื่อคนติดต่อจริง ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท |
| ลูกค้า | ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี) ชื่อผู้ติดต่อ | ถ้าลูกค้าเป็นนิติบุคคล ขอข้อมูลให้ตรงกับที่จะออกใบกำกับภาษีภายหลัง |
| รายการ | ลำดับ รายละเอียดงาน จำนวน หน่วย ราคาต่อหน่วย จำนวนเงิน | เขียนเป็นสิ่งที่ส่งมอบ ไม่ใช่ชื่อแพ็กเกจลอยๆ |
| สรุปยอด | ยอดรวม ส่วนลด (ถ้ามี) ภาษีมูลค่าเพิ่ม ยอดสุทธิ | บอกให้ชัดว่าราคารวมหรือยังไม่รวม VAT |
| เงื่อนไขการชำระเงิน | จำนวนงวด เปอร์เซ็นต์แต่ละงวด ช่องทางโอน | ผูกงวดเงินกับสิ่งที่ส่งมอบ เช่น จ่ายงวด 2 เมื่อส่งแบบหน้าแรก |
| ระยะเวลา | ระยะเวลาทำงาน และระยะเวลายืนราคา | เช่น ยืนราคา 30 วันนับจากวันที่ออกเอกสาร |
| ข้อยกเว้น | สิ่งที่ไม่รวมในราคา | ช่องนี้ช่วยกันปัญหาได้มากที่สุด |
| ลงชื่อ | ผู้เสนอราคา และช่องลงชื่อยืนยันของลูกค้า | ให้ลูกค้าเซ็นตอบรับ จะใช้เป็นหลักฐานว่าตกลงตามนี้ |
ตัวอย่างรายการ ถ้าเป็นงานทำเว็บไซต์
เพราะ eHowMe ทำงานเว็บเป็นหลัก ผมขอยกตัวอย่างรายการจากงานสายนี้ ราคาเว้นไว้ให้ใส่เอง เพราะแต่ละเจ้าตั้งราคาต่างกันมาก จุดที่อยากให้สังเกตคือการแยก “ค่าทำครั้งเดียว” ออกจาก “ค่าใช้จ่ายรายปี”
| ลำดับ | รายละเอียด | จำนวน | ประเภทค่าใช้จ่าย | จำนวนเงิน |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ออกแบบหน้าเว็บ (หน้าแรก + หน้าย่อย ระบุชื่อหน้า) แก้ไขแบบได้ 2 รอบ | 1 งาน | ครั้งเดียว | [ใส่ราคา] |
| 2 | พัฒนาเว็บไซต์ด้วย WordPress รองรับมือถือ | 1 งาน | ครั้งเดียว | [ใส่ราคา] |
| 3 | ตั้งค่า SEO พื้นฐาน (title, meta description, sitemap) | 1 งาน | ครั้งเดียว | [ใส่ราคา] |
| 4 | จดโดเมน .com ในชื่อลูกค้า | 1 ปี | รายปี | [ใส่ราคา] |
| 5 | โฮสติ้ง | 1 ปี | รายปี | [ใส่ราคา] |
| 6 | ดูแลอัปเดตปลั๊กอินและสำรองข้อมูล | 12 เดือน | รายเดือน/รายปี | [ใส่ราคา] |
ถ้าลูกค้าเห็นแค่ยอดเดียวก้อนใหญ่ ปีถัดไปตอนต้องต่อโดเมนกับโฮสติ้งมักมีคำถามว่า “ทำไมต้องจ่ายอีก” การแยกบรรทัดตั้งแต่ใบแรกทำให้ไม่ต้องอธิบายซ้ำ
สิ่งที่หลายคนมักลืมใส่
- วันยืนราคา ไม่ระบุไว้ ลูกค้ากลับมาตกลงหลังผ่านไปหลายเดือนแล้วขอราคาเดิม
- VAT รวมหรือไม่รวม เขียนแค่ตัวเลข พอถึงตอนออกบิลยอดไม่ตรงกับที่ลูกค้าตั้งงบไว้
- จำนวนรอบแก้ไข ไม่กำหนด งานเลยแก้ได้ไม่รู้จบ
- สิ่งที่ไม่รวมในราคา เช่น เขียนเนื้อหา ถ่ายรูป ซื้อรูปสต็อก ค่าปลั๊กอินแบบเสียเงิน ถ้าไม่เขียน ลูกค้าจะเข้าใจว่ารวมแล้ว
- ใครเตรียมเนื้อหา งานเว็บหลายงานช้าเพราะรอข้อความและรูปจากลูกค้า ควรเขียนไว้ว่าระยะเวลาเริ่มนับเมื่อได้รับข้อมูลครบ
ช่อง “สิ่งที่ไม่รวมในราคา” สั้นที่สุดในเอกสาร แต่เป็นช่องที่ช่วยกันความเข้าใจผิดได้มากที่สุด
ใบเสนอราคาไม่ใช่ใบกำกับภาษี
เรื่องนี้สับสนกันบ่อย ใบเสนอราคาเป็นเอกสารเสนอขาย ยังไม่มีการซื้อขายเกิดขึ้น จึงใช้แทนใบกำกับภาษีไม่ได้ ส่วนใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปมีรายการบังคับตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร เช่น คำว่า “ใบกำกับภาษี” ชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก มูลค่าก่อน VAT และจำนวน VAT ที่แยกไว้ชัดเจน รายละเอียดดูได้จาก คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ถ้ากิจการจด VAT ควรใช้โปรแกรมบัญชีหรือแบบฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับใบกำกับภาษีโดยเฉพาะ แทนการดัดแปลงจากเทมเพลตใบเสนอราคา
คอมการ์ด มีเทมเพลตให้โหลดอยู่แล้ว
คอมการ์ดคือใบนำเสนอตัวเองของนายแบบ นางแบบ นักแสดง หรืออินฟลูเอนเซอร์ ใช้ส่งให้เอเจนซี่หรือแคสติ้งดูรูปและข้อมูลในหน้าเดียว บน eHowMe มีบทความ คอมการ์ดคืออะไร พร้อมแจก Template ที่ให้เทมเพลต 4 แบบ เปิดแก้ใน Canva ได้ และมีไฟล์สำหรับคนที่ใช้ Photoshop ด้วย
ถ้าจะทำเองจากศูนย์ ข้อมูลที่ควรมีบนคอมการ์ดมีประมาณนี้
- รูปหน้าตรงชัดๆ 1 รูป เป็นรูปหลักด้านหน้า
- รูปเต็มตัว ครึ่งตัว และรูปที่โชว์บุคลิกต่างกันอีก 3-5 รูป
- ชื่อ ส่วนสูง สัดส่วน ไซซ์เสื้อผ้าและรองเท้า สีผม สีตา
- ช่องทางติดต่อ หรือชื่อเอเจนซี่ที่สังกัด
ข้อดีของคอมการ์ดคือหน้าตาคล้ายกันทั้งวงการ คนคัดตัวคุ้นกับการอ่านแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพยายามออกแบบให้แปลกใหม่มาก ให้รูปเด่นและข้อมูลอ่านง่ายก็พอ
สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ ควรเขียนอะไรไว้บ้าง
ส่วนนี้ผมให้เป็น “โครงหัวข้อ” ไม่ใช่สัญญาสำเร็จรูป เพราะสัญญาเป็นเอกสารทางกฎหมาย ถ้ามูลค่างานสูงหรือมีเงื่อนไขพิเศษ ควรให้นักกฎหมายช่วยตรวจก่อนเซ็น แต่อย่างน้อยถ้ามีหัวข้อครบตามนี้ ทั้งสองฝ่ายจะคุยกันง่ายขึ้นมาก ถ้าอยากเห็นสัญญาที่เขียนเต็มทุกข้อ ดูไฟล์ตัวอย่างในหัวข้อดาวน์โหลดด้านบนได้
สัญญาที่ดีไม่ได้มีไว้ฟ้องกัน แต่มีไว้ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันตั้งแต่วันแรก
โครงสัญญา 12 ข้อ
- คู่สัญญา ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย และผู้มีอำนาจลงนาม
- ขอบเขตงาน แนบใบเสนอราคาหรือเอกสารขอบเขตงานเป็นภาคผนวก ระบุจำนวนหน้า ฟีเจอร์ และภาษาของเว็บ ถ้ามีแบบร่างหรือ mockup ที่ตกลงกันแล้ว ให้แนบไว้ด้วย
- ระยะเวลาและขั้นตอนงาน แบ่งเป็นช่วง เช่น ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ ส่งมอบ พร้อมวันที่คาดการณ์ของแต่ละช่วง
- ค่าจ้างและงวดการชำระเงิน ผูกแต่ละงวดกับงานที่ส่งมอบ ไม่ใช่ผูกกับวันที่อย่างเดียว
- หน้าที่ของผู้ว่าจ้าง เช่น ส่งเนื้อหา รูป โลโก้ ภายในกี่วัน และถ้าส่งช้า กำหนดส่งงานเลื่อนตามไปเท่าไหร่
- การแก้ไขงาน แก้ได้กี่รอบในแต่ละช่วง และงานที่เกินขอบเขตคิดราคาอย่างไร
- การตรวจรับงาน ผู้ว่าจ้างมีเวลาตรวจกี่วัน ถ้าเงียบเกินกำหนดให้ถือว่าตรวจรับแล้วหรือไม่
- ความเป็นเจ้าของ โดเมน โฮสติ้ง ไฟล์ออกแบบ และ source code เป็นของใครหลังจ่ายครบ (มีรายละเอียดด้านล่าง)
- เนื้อหาและลิขสิทธิ์ของสื่อ รูป ฟอนต์ ข้อความที่ผู้ว่าจ้างส่งมา ใครรับผิดชอบเรื่องสิทธิ์การใช้งาน
- การรับประกันและการดูแลหลังส่งมอบ แก้บั๊กฟรีกี่วัน งานดูแลรายเดือนแยกเป็นสัญญาหรือแพ็กเกจต่างหากหรือไม่
- การรักษาข้อมูล รหัสผ่าน ข้อมูลลูกค้าในระบบ และข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้รับจ้างเข้าถึงได้ระหว่างทำงาน
- การยกเลิกสัญญา ถ้ายกเลิกกลางทาง เงินที่จ่ายไปแล้วกับงานที่ทำไปแล้วจัดการอย่างไร
ถ้าคุณอยู่ฝั่งผู้ว่าจ้างและยังไม่ได้เลือกเจ้าที่จะจ้าง ลองดู เช็กลิสต์ก่อนจ้างบริษัททำเว็บไซต์ ประกอบด้วย จะช่วยให้รู้ว่าควรถามอะไรก่อนถึงขั้นเซ็นสัญญา
เรื่องที่ควรตกลงให้ชัดที่สุด: ใครเป็นเจ้าของอะไร
ในมุมของผม ข้อ 8 คือข้อที่ควรใช้เวลาคุยมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครนึกถึงตอนเริ่มงาน แต่จะสำคัญมากวันที่อยากย้ายผู้ดูแลเว็บ จุดที่ควรเขียนให้ชัดมีดังนี้
- โดเมน ควรจดในชื่อผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างควรเข้าถึงบัญชีผู้ให้บริการโดเมนได้เอง
- โฮสติ้ง ระบุว่าเป็นบัญชีของใคร ใครต่ออายุ และถ้าเลิกจ้าง จะส่งมอบไฟล์และฐานข้อมูลอย่างไร
- ธีมและปลั๊กอินแบบเสียเงิน license อยู่ในชื่อใคร ใครจ่ายค่าต่ออายุ ถ้าใช้ license ของผู้รับจ้าง เมื่อเลิกจ้างผู้ว่าจ้างต้องซื้อเองหรือไม่
- ไฟล์ออกแบบและ source code ส่งมอบให้หลังจ่ายเงินครบหรือไม่ และผู้รับจ้างยังนำผลงานไปแสดงเป็น portfolio ได้หรือเปล่า
อย่าลืมอากรแสตมป์
สัญญาจ้างทำเว็บไซต์โดยทั่วไปเข้าลักษณะตราสาร “จ้างทำของ” ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ตาม ข้อหารือของกรมสรรพากร อัตราคือ 1 บาท ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย และไม่ต้องนำภาษีมูลค่าเพิ่มมารวมคำนวณ เช่น สัญญามูลค่า 45,500 บาท (ก่อน VAT) ต้องเสียอากร 46 บาท
ถ้าตอนทำสัญญายังไม่รู้ยอดแน่นอน กรมสรรพากรให้ประมาณสินจ้างตามสมควรแล้วเสียอากรตามยอดนั้นก่อน หากจ่ายเป็นงวดและยอดจริงสูงกว่า ต้องเสียเพิ่มให้ครบ (ดู ข้อหารือเรื่องสัญญาที่ไม่ระบุสินจ้างแน่นอน) วิธีชำระและกำหนดเวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศใหม่ ควรเช็กกับเว็บไซต์กรมสรรพากรหรือฝ่ายบัญชีอีกครั้งก่อนทำจริง
อยากได้แบบสวยๆ หาเทมเพลตฟรีจากไหนดี
ถ้าอยากได้หน้าตาที่ออกแบบมาแล้ว Canva มี หน้ารวมเทมเพลตใบแจ้งหนี้ ที่มีแบบใบเสนอราคาภาษาไทยปนอยู่หลายแบบ แก้โลโก้ ชื่อ และรายการได้ แล้วโหลดเป็น PDF ส่งลูกค้า ส่วน Word กับ Google Docs ก็มีเทมเพลตเอกสารธุรกิจในตัวโปรแกรม ใช้ได้ดีถ้าชอบแก้ข้อความมากกว่าแต่งหน้าตา
สิ่งที่อยากเตือนคือเทมเพลตฟรีไม่ได้แปลว่าทุกอย่างในไฟล์ใช้ได้ทุกกรณี เงื่อนไขของแต่ละแหล่งต่างกัน และฟอนต์ในเทมเพลตบางตัวอาจใช้เชิงพาณิชย์ไม่ได้ ถ้าจะใช้กับงานลูกค้าหรือพิมพ์แจก ลองอ่านเรื่อง ฟอนต์ไทยฟรีที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้ ประกอบ จะได้เลือกฟอนต์ที่ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ตามมา
เทมเพลตช่วยเรื่องหน้าตา แต่ข้อมูลในเอกสารยังต้องเขียนเองให้ตรงกับงานจริงทุกครั้ง
ก่อนส่งเอกสารให้ลูกค้า เช็กอีกรอบ
- ชื่อลูกค้าและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีสะกดถูก ตรงกับเอกสารจดทะเบียน
- ตัวเลขในตารางรวมแล้วตรงกับยอดสุทธิ (ลองบวกใหม่อีกรอบ โดยเฉพาะถ้าแก้ราคาบางบรรทัด)
- เลขที่เอกสารไม่ซ้ำกับใบก่อนหน้า
- ส่งเป็น PDF ไม่ใช่ไฟล์ที่แก้ไขได้ และตั้งชื่อไฟล์ให้อ่านรู้เรื่อง เช่น QT-2026-001-ชื่อลูกค้า.pdf
- เก็บสำเนาที่ลูกค้าเซ็นตอบรับไว้คู่กับสัญญา
ถ้าธุรกิจของคุณรับงานผ่านเว็บไซต์ การมีหน้าขอใบเสนอราคาหรือฟอร์มติดต่อที่ถามข้อมูลครบตั้งแต่แรก จะช่วยให้ออกใบเสนอราคาได้เร็วขึ้น ดูไอเดียได้จากบทความ เว็บไซต์บริษัทควรมีหน้าอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
ใบเสนอราคาต้องมีลายเซ็นไหม
ไม่มีกฎหมายบังคับรูปแบบของใบเสนอราคา แต่ควรมีลายเซ็นผู้เสนอราคา และเว้นช่องให้ลูกค้าลงชื่อตอบรับ เพราะเมื่อลูกค้าเซ็นแล้วจะใช้เป็นหลักฐานได้ว่าทั้งสองฝ่ายตกลงตามรายการและราคานั้น
ใบเสนอราคาควรยืนราคากี่วัน
ไม่มีตัวเลขตายตัว ธุรกิจทั่วไปมักกำหนด 15-30 วัน ถ้าต้นทุนของคุณขึ้นลงบ่อย เช่น มีค่าซอฟต์แวร์หรือค่าบริการจากต่างประเทศ ควรกำหนดให้สั้นลง สำคัญคือต้องเขียนไว้ในเอกสารให้ชัด
ใช้ใบเสนอราคาแทนสัญญาจ้างได้ไหม
งานเล็กที่ลูกค้าเซ็นตอบรับใบเสนอราคาซึ่งมีเงื่อนไขครบ ก็พอใช้เป็นหลักฐานข้อตกลงได้ระดับหนึ่ง แต่งานที่มีหลายงวดเงิน มีเรื่องความเป็นเจ้าของ source code หรือมีระยะเวลานาน ควรทำสัญญาแยก แล้วแนบใบเสนอราคาเป็นภาคผนวก
สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
โดยทั่วไปสัญญาจ้างทำเว็บไซต์เข้าลักษณะตราสารจ้างทำของ อัตรา 1 บาท ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาทของสินจ้าง ผู้รับจ้างเป็นผู้เสีย และไม่รวม VAT ในการคำนวณ ควรเช็กวิธีชำระล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือฝ่ายบัญชีอีกครั้ง
เทมเพลตฟรีจาก Canva เอาไปใช้กับงานธุรกิจได้ไหม
ส่วนใหญ่ใช้ได้ แต่เงื่อนไขขึ้นกับแต่ละแหล่งและแต่ละองค์ประกอบในไฟล์ ควรอ่านเงื่อนไขการใช้งานของผู้ให้บริการก่อน และเช็กว่าฟอนต์ที่ใช้ในเทมเพลตอนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ด้วย






