← บทความทั้งหมด SEOWordPress

404 Not Found คืออะไร? สาเหตุและวิธีแก้ในเว็บ WordPress

404 Not Found คือรหัสที่บอกว่าเซิร์ฟเวอร์หาหน้าที่ขอไม่เจอ มาดูสาเหตุที่พบบ่อยในเว็บ WordPress วิธีแยกว่า 404 ไหนต้องแก้ และวิธีแก้ทีละกรณี

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 25 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความ 404 Not Found คืออะไร หน้าต่างเว็บขึ้น 404 พร้อมลูกศรพาไปหน้าที่แก้แล้ว

404 Not Found คือรหัสสถานะ HTTP ที่เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับมาเมื่อหา “หน้าที่ถูกขอ” ไม่เจอ ตัวเว็บยังทำงานปกติ แต่ URL นั้นไม่มีอยู่จริง หรือเคยมีแล้วถูกลบ ย้าย หรือพิมพ์ผิด ในเว็บ WordPress ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการบันทึก Permalink ใหม่ ทำ Redirect 301 หรือแก้ลิงก์ที่เสียให้ถูก

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

หลายคนเห็นหน้า 404 แล้วตกใจว่าเว็บพัง จริงๆ แล้วไม่ใช่ทุก 404 ที่ต้องแก้ บางอันปล่อยไว้ได้เลย แต่บางอันกำลังทำให้คุณเสียคนอ่านหรือเสียยอดขายไปเงียบๆ บทความนี้จะไล่ให้ดูว่า 404 เกิดจากอะไร แยกยังไงว่าอันไหนต้องรีบแก้ แล้วแก้ในเว็บ WordPress ยังไงทีละกรณี

404 Not Found คืออะไรกันแน่

ทุกครั้งที่เปิดหน้าเว็บ เบราว์เซอร์จะส่งคำขอไปที่เซิร์ฟเวอร์ แล้วเซิร์ฟเวอร์จะตอบกลับมาพร้อมตัวเลข 3 หลักที่เรียกว่า HTTP status code เช่น 200 แปลว่าเจอหน้าและส่งให้เรียบร้อย ส่วน 404 แปลว่า “เซิร์ฟเวอร์ทำงานอยู่นะ แต่หาสิ่งที่ขอไม่เจอ” (ดูนิยามเต็มได้ที่ MDN Web Docs )

จุดสำคัญคือ 404 เป็นปัญหาที่ระดับ “หน้า” ไม่ใช่ระดับ “ทั้งเว็บ” ถ้าเปิดหน้าแรกได้ แต่เปิดบางบทความไม่ได้ นั่นคือ 404 ถ้าเปิดเว็บไม่ได้เลยหรือขึ้น 500, 502, 503 นั่นเป็นปัญหาฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งวิธีแก้ต่างกันคนละเรื่อง

404 ต่างจาก 410, 301 และ Soft 404 ยังไง

สี่ตัวนี้คนสับสนกันบ่อย เพราะเกี่ยวกับ “หน้าที่ไม่อยู่ตรงเดิมแล้ว” เหมือนกัน แต่บอกเครื่องมือค้นหาคนละความหมาย

สถานะความหมายใช้ตอนไหน
404 Not Foundหาหน้านี้ไม่เจอURL ไม่เคยมีจริง หรือหน้าถูกลบไปแล้วไม่มีหน้าใหม่มาแทน
410 Goneหน้านี้ถูกลบถาวรแล้วตั้งใจลบทิ้งและอยากบอกให้ชัดว่าไม่กลับมาอีก
301 Moved Permanentlyย้ายไปที่อยู่ใหม่ถาวรเปลี่ยน slug ย้ายหน้า หรือรวมบทความ
302 Foundย้ายไปชั่วคราวปิดหน้าไว้ชั่วคราว เช่น ช่วงปรับปรุง แล้วจะกลับมาที่เดิม
Soft 404หน้าบอกว่า “ไม่พบ” แต่เซิร์ฟเวอร์ตอบ 200ไม่ควรเกิดขึ้น เป็นสิ่งที่ต้องแก้

Soft 404 เป็นตัวที่หลายเว็บมีโดยไม่รู้ตัว เช่น หน้าหมวดหมู่ที่ไม่มีบทความเลย หน้าสินค้าที่ขึ้นแค่ “ไม่มีสินค้า” หรือการตั้งให้ทุก URL ที่หาไม่เจอเด้งกลับหน้าแรก คนเห็นว่าหน้าไม่มีอะไร แต่เซิร์ฟเวอร์ดันบอกว่า “ปกติดี” Google เลยต้องเดาเอง และมักจะติดป้าย Soft 404 ใน Search Console

404 ทำให้ SEO พังไหม

คำตอบสั้นๆ คือ “ตัว 404 เองไม่ได้ทำให้อันดับตก” Google เขียนไว้ตรงๆ ในหน้าคู่มือเรื่องข้อผิดพลาด 404 ของ Search Console ว่า 404 ไม่กระทบการจัดทำดัชนีหรืออันดับของเว็บ และถ้าเป็น URL ที่ไม่เคยมีอยู่จริง ก็ปล่อยไว้ได้ เดี๋ยวประมาณหนึ่งเดือนก็หลุดออกจากรายงานเอง

404 ไม่ได้เป็นปัญหาของ Google แต่เป็นปัญหาของคนที่กดลิงก์มาแล้วเจอทางตัน

ที่ต้องระวังคือผลทางอ้อม ซึ่งผมมองว่าหนักกว่าตัวเลขใน Search Console เสียอีก

  • เสียคนอ่าน/ลูกค้า คนที่กดลิงก์จากโซเชียลหรือ LINE แล้วเจอหน้าว่าง ส่วนใหญ่กดปิดเลย ไม่ได้หาต่อ
  • เสียค่าลิงก์จากเว็บอื่น ถ้าหน้าที่ถูกลบเคยมี backlink ดีๆ ชี้มา ลิงก์พวกนั้นจะชี้ไปที่ทางตัน ไม่ได้ส่งประโยชน์ต่อให้หน้าไหนเลย
  • เปลืองแรงเก็บข้อมูล ถ้ามีลิงก์ภายในเว็บชี้ไปหน้าที่ไม่มีอยู่เยอะๆ บอทจะวนเข้าไปเจอ 404 ซ้ำๆ แทนที่จะไปเก็บหน้าใหม่
  • ยิงโฆษณาเสียเปล่า ถ้าลิงก์ในแอดชี้ไปหน้า 404 คือจ่ายค่าคลิกแล้วได้คนเห็นหน้า error

ทำไมเว็บ WordPress ถึงขึ้น 404

จากที่ผมเจอบ่อยในงานดูแลเว็บ WordPress สาเหตุแทบทั้งหมดอยู่ใน 6 กลุ่มนี้ ถ้ารู้ว่าเป็นกลุ่มไหน วิธีแก้ก็จะชัดขึ้นทันที

  1. เปลี่ยน slug หรือโครงสร้าง Permalink เช่น เปลี่ยนจาก /?p=123 เป็นแบบชื่อเรื่อง หรือแก้ slug บทความหลังเผยแพร่ไปแล้ว ลิงก์เดิมที่แชร์ออกไปจะกลายเป็น 404 ทันที
  2. ไฟล์ .htaccess เสียหรือหาย อาการที่เห็นชัดคือ “หน้าแรกเปิดได้ แต่ทุกบทความขึ้น 404” มักเกิดหลังย้ายโฮสต์ ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัย หรือมีคนไปแก้ไฟล์นี้
  3. ลบหน้า/สินค้าทิ้ง โดยไม่ได้ตั้ง Redirect ไปหน้าที่ใกล้เคียง
  4. ย้ายเว็บหรือเปลี่ยนโดเมน แล้ว URL ในฐานข้อมูลบางส่วนยังชี้ไปที่เก่า โดยเฉพาะลิงก์รูปภาพ
  5. ปลั๊กอินหรือ Custom Post Type เปลี่ยนไป เช่น ปิดปลั๊กอินที่สร้างหน้าพอร์ตโฟลิโอ หน้าเหล่านั้นจะหายตามไปด้วย
  6. คนพิมพ์ผิดหรือลิงก์ผิดตั้งแต่ต้นทาง เช่น เว็บอื่นลิงก์มาแต่ตกตัวอักษร หรือมีช่องว่างติดมาท้าย URL

หาให้เจอก่อนว่าหน้าไหนเป็น 404

ก่อนลงมือแก้ ควรรู้ก่อนว่ามี 404 กี่หน้า และหน้าไหนสำคัญ ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาไปไล่แก้ URL ขยะที่บอทสุ่มขึ้นมา

ดูใน Google Search Console

เข้าเมนู การจัดทำดัชนี > หน้าเว็บ แล้วดูหัวข้อ “ไม่พบ (404)” และ “Soft 404” แยกกัน ถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Search Console ให้เว็บ ลองดูวิธีเชื่อมเว็บกับ Google Search Consoleก่อน เพราะนี่คือแหล่งข้อมูลที่ตรงที่สุดว่า Google เจอ 404 ที่ไหนบ้าง และกดดูได้ด้วยว่า Google ไปเจอลิงก์นั้นมาจากหน้าไหน

เปิดตัวบันทึก 404 ในปลั๊กอิน SEO

Rank Math มีโมดูล 404 Monitor ที่เก็บว่ามีคนเข้า URL ไหนแล้วเจอ 404 กี่ครั้ง (เปิดได้ที่หน้า Dashboard ของ Rank Math) ส่วนใครไม่ได้ใช้ Rank Math ปลั๊กอิน Redirection ก็มีบันทึกแบบเดียวกัน ข้อดีคือเห็นตัวเลขจากคนจริง ไม่ใช่แค่จากบอทของ Google

ข้อควรระวังเล็กน้อย ตัวบันทึก 404 จะเขียนลงฐานข้อมูลทุกครั้งที่มีคนเจอ 404 ถ้าเว็บโดนบอทสแกนหนักๆ ตารางนี้จะโตเร็ว เปิดเก็บข้อมูลสักพัก ดูแล้วแก้ แล้วค่อยล้างข้อมูลเก่าเป็นระยะก็พอ

ไล่เช็กลิงก์เสียทั้งเว็บ

ถ้าอยากรู้ว่าลิงก์ภายในเว็บตัวเองมีอันไหนเสียบ้าง ใช้โปรแกรม crawl อย่าง Screaming Frog (เวอร์ชันฟรีเช็กได้ 500 URL) หรือดูแท็บ Response Codes ในเครื่องมือ Site Audit ของเครื่องมือ SEO ที่ใช้อยู่ก็ได้ วิธีนี้จับ 404 ที่ “เราสร้างเอง” ได้ดีที่สุด

อันไหนต้องแก้ อันไหนปล่อยได้

ไม่ใช่ทุก 404 ที่ต้องทำ Redirect ผมใช้คำถามง่ายๆ 3 ข้อนี้คัดก่อนเสมอ

  • URL นี้เคยมีอยู่จริงไหม ถ้าไม่เคยมี (เช่น /wp-login.php.bak หรือ URL แปลกๆ ที่บอทสแกนหาช่องโหว่) ปล่อยเป็น 404 ไปเลย ถูกต้องแล้ว
  • มีหน้าใหม่ที่เนื้อหาตรงกันไหม ถ้ามี ทำ 301 ไปหน้านั้น
  • มีคนเข้าหรือมีลิงก์ชี้มาไหม ถ้าไม่มีใครเข้าเลยและไม่มีหน้าใกล้เคียง ปล่อยเป็น 404 หรือ 410 ก็ได้

Redirect ทุกอย่างไปหน้าแรกดูเหมือนแก้ปัญหา แต่จริงๆ คือการเปลี่ยน 404 ให้กลายเป็น Soft 404

ในคู่มือ 404 ที่ลิงก์ไว้ข้างบน Google แนะนำตรงๆ ว่าไม่ควร Redirect หน้าที่หายไปไปหน้าแรก เพราะคนที่กดเข้ามาไม่ได้เจอสิ่งที่ตั้งใจหา และทำให้ Google เข้าใจโครงสร้างเว็บยากขึ้น ส่วนรายละเอียดว่า Google จัดการกับรหัสสถานะแต่ละแบบยังไง ดูได้จากเอกสารเรื่องรหัสสถานะ HTTP กับ Google Search (มีภาษาไทย) ถ้าไม่มีหน้าที่ตรงกันจริงๆ ให้ 404 ทำหน้าที่ของมันไปดีกว่า

วิธีแก้ 404 ในเว็บ WordPress ทีละกรณี

ทุกบทความขึ้น 404 แต่หน้าแรกเปิดได้

อาการนี้เกือบทั้งหมดมาจาก rewrite rules ของ WordPress ที่ไม่ทำงาน ลองวิธีที่ง่ายที่สุดก่อน

  1. เข้า การตั้งค่า > ลิงก์ถาวร (Settings > Permalinks)
  2. ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรเลย กด บันทึกการเปลี่ยนแปลง หนึ่งครั้ง
  3. เปิดบทความที่เคยขึ้น 404 ใหม่ (ถ้าใช้ปลั๊กอินแคช ให้ล้างแคชก่อน)

การกดบันทึกหน้านี้จะสั่งให้ WordPress สร้าง rewrite rules ใหม่ และถ้าเซิร์ฟเวอร์อนุญาต จะเขียนไฟล์ .htaccess ให้ด้วย เป็นวิธีแรกที่ควรลองเพราะใช้เวลาไม่ถึงนาทีและไม่มีความเสี่ยงอะไร

หน้าตั้งค่าลิงก์ถาวรใน WordPress เลือกโครงสร้างแบบชื่อเรื่อง
หน้า การตั้งค่า > ลิงก์ถาวร กดบันทึกโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไรก็สร้าง rewrite rules ใหม่ได้

บันทึก Permalink แล้วยังไม่หาย ลองดูไฟล์ .htaccess

ถ้าเว็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ Apache หรือ LiteSpeed ให้เปิดไฟล์ .htaccess ที่โฟลเดอร์หลักของเว็บ (ผ่าน File Manager ของโฮสต์หรือ FTP) แล้วเช็กว่ามีบล็อกของ WordPress ครบไหม ค่ามาตรฐานตามคู่มือของ WordPress.org สำหรับเว็บที่ติดตั้งที่โฟลเดอร์หลักหน้าตาประมาณนี้

# BEGIN WordPress
<IfModule mod_rewrite.c>
RewriteEngine On
RewriteRule .* - [E=HTTP_AUTHORIZATION:%{HTTP:Authorization}]
RewriteBase /
RewriteRule ^index\.php$ - [L]
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]
</IfModule>
# END WordPress

ก่อนแก้ให้ดาวน์โหลดไฟล์เดิมเก็บไว้ก่อนเสมอ เพราะปลั๊กอินแคชหรือปลั๊กอินความปลอดภัยมักเขียนกฎของตัวเองไว้ในไฟล์เดียวกัน ถ้าลบทิ้งทั้งไฟล์ อาจทำให้อย่างอื่นพังตามไปด้วย

ส่วนเว็บที่อยู่บน Nginx จะไม่อ่านไฟล์ .htaccess เลย ต้องให้ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ใส่ try_files $uri $uri/ /index.php?$args; ในการตั้งค่า location ของเว็บแทน ถ้าใช้โฮสติ้งแบบแชร์ส่วนใหญ่ แจ้งฝ่ายซัพพอร์ตของโฮสต์ให้เช็กได้เลย

เปลี่ยน slug หรือย้ายหน้าไปแล้ว ใช้ Redirect 301

นี่คือกรณีที่ควรแก้มากที่สุด เพราะหน้าเดิมเคยมีคนเข้าและมีลิงก์ชี้มา ถ้าใช้ Rank Math อยู่แล้ว เข้าเมนู Rank Math SEO > Redirections > Add New ใส่ URL เดิมในช่อง Source ใส่ URL ใหม่ในช่อง Destination เลือกแบบ 301 แล้วบันทึก (ใครยังไม่ได้ตั้งค่าปลั๊กอินนี้ ดูวิธีตั้งค่า Rank Mathประกอบได้)

ตัวอย่างจริงจากเว็บนี้เอง ช่วงหนึ่ง eHowMe เปลี่ยนหน้าผลงานจาก /our-work/ ไปเป็น /portfolio/ แล้วตั้ง Redirect 301 ไว้ตั้งแต่ 5 ก.ย. 2025 ถึงวันนี้ (ต.ค. 2026) ตัวนับในหน้า Redirections ขึ้นว่ามีคนเข้าผ่าน URL เก่าแล้ว 801 ครั้ง ถ้าวันนั้นไม่ได้ตั้งไว้ ทั้ง 801 ครั้งนั้นคือคนที่เจอหน้า 404

รายการ Redirect 301 ใน Rank Math ที่พา URL เก่า our-work ไปหน้า portfolio
Redirect 301 จาก /our-work/ ไป /portfolio/ ของ eHowMe มีคนเข้าผ่าน URL เก่าแล้ว 801 ครั้ง

เรื่องรายละเอียดของ 301 อย่างการเลือกระหว่าง 301 กับ 302 หรือการวางแผนตอนย้ายทั้งเว็บ ผมเขียนแยกไว้ในบทความการทำ Redirect 301 ย้ายหน้าเว็บโดยไม่เสียอันดับแล้ว ตรงนี้ขอเน้นแค่ 2 เรื่องที่คนมักพลาด

  • อย่าทำ Redirect ต่อกันเป็นทอดๆ เช่น A ไป B แล้ว B ไป C ให้แก้ A ไป C ตรงๆ เลย
  • แก้ลิงก์ภายในด้วย Redirect เป็นทางเลี่ยง ถ้าเมนูหรือบทความในเว็บเรายังลิงก์ไป URL เก่า ให้แก้เป็น URL ใหม่ตรงๆ ด้วย

ลบหน้าทิ้งถาวร ไม่มีหน้ามาแทน

ปล่อยเป็น 404 ได้เลย หรือถ้าอยากบอกให้ชัดว่าตั้งใจลบ ก็ตั้งเป็น 410 (ใน Rank Math เลือกประเภท 410 Content Deleted ได้) Google บอกว่าตอนนี้ปฏิบัติต่อ 404 กับ 410 แบบเดียวกัน เลือกอันไหนก็ไม่ต่างกันมาก สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือเอาลิงก์ที่ชี้ไปหน้านั้นออกจากเมนูและบทความอื่น และเช็กว่าไม่มี URL นั้นค้างใน Sitemap

เจอ Soft 404 ใน Search Console

ให้เปิดหน้านั้นดูก่อนว่าจริงๆ แล้ว “มีเนื้อหา” หรือ “ว่าง” ถ้าว่างจริง เช่น หน้าแท็กที่มีบทความเดียว หรือหมวดสินค้าที่ไม่มีของ ให้เลือกระหว่างใส่เนื้อหาให้มีประโยชน์จริง ตั้ง noindex หรือลบทิ้งแล้วให้ตอบ 404 แต่ถ้าหน้ามีเนื้อหาครบแต่ Google ยังมองเป็น Soft 404 มักเป็นเพราะเนื้อหาบางเกินไป หรือมีข้อความทำนอง “ไม่พบ” อยู่ในหน้าเยอะ ลองเพิ่มเนื้อหาหลักให้ชัดขึ้น แล้วกดขอตรวจสอบใหม่

รูปภาพหรือไฟล์แนบขึ้น 404

มักเกิดหลังย้ายโดเมนหรือเปลี่ยนจาก http เป็น https แล้ว URL ในฐานข้อมูลยังเป็นของเก่า แก้ด้วยปลั๊กอินค้นหาแทนที่ข้อความในฐานข้อมูล (อย่าลืมสำรองฐานข้อมูลก่อน) ส่วนถ้าใช้ CDN อย่าง Cloudflare ให้ล้างแคชหลังแก้เสร็จ ไม่อย่างนั้นอาจยังเห็น 404 ค้างอยู่สักพัก

หน้า 404 ที่ดีควรมีอะไรบ้าง

ต่อให้ดูแลดีแค่ไหน 404 ก็ยังเกิดได้จากคนพิมพ์ผิดหรือเว็บอื่นลิงก์ผิด สิ่งที่เราคุมได้คือ “ตอนที่เขาเจอ จะพาเขาไปต่อยังไง” หน้า 404 ที่ดีควรมี

  • ข้อความบอกตรงๆ ว่าไม่พบหน้านี้ ใช้ภาษาคน ไม่ต้องโชว์โค้ด error
  • ช่องค้นหาในเว็บ
  • ลิงก์ไปหน้าที่คนเข้าบ่อย เช่น หน้าแรก บริการ บทความยอดนิยม
  • ช่องทางติดต่อ เผื่อเขาตั้งใจหาข้อมูลบางอย่างจริงๆ
  • หน้าตาเหมือนส่วนอื่นของเว็บ มีเมนูครบ ไม่ใช่หน้าขาวโล่ง

และสำคัญที่สุด หน้านี้ต้องยังตอบสถานะ 404 จริง ไม่ใช่ 200 อย่างหน้า 404 ของ eHowMe เอง ผมลองเปิด URL ที่ไม่มีอยู่จริงแล้วเช็กด้วยเครื่องมือนักพัฒนาของเบราว์เซอร์ เซิร์ฟเวอร์ตอบ 404 ถูกต้อง ส่วนหน้าที่คนเห็นมีหัวข้อ “ไม่พบหน้าที่คุณกำลังหา” ปุ่มกลับหน้าแรกกับปุ่มอ่านบทความ ทางลัดไปหน้าที่คนส่วนใหญ่มองหา (รับทำเว็บไซต์ WordPress, ผลงาน, บริการ, ขอใบเสนอราคา, ติดต่อเรา) และปุ่มทักแชทผ่าน LINE ส่วนช่องค้นหาอยู่ที่ไอคอนแว่นขยายบนเมนูเหมือนทุกหน้า

หน้า 404 ของเว็บ eHowMe ที่มีปุ่มกลับหน้าแรก ลิงก์หน้าสำคัญ และปุ่มแชท LINE
หน้า 404 ของ ehowme.com ที่ยังตอบสถานะ 404 จริง

ถ้าใช้ธีมที่รองรับ Elementor Pro สามารถออกแบบหน้า 404 ได้จาก Theme Builder โดยสร้างเทมเพลตแบบ Single แล้วตั้งเงื่อนไขการแสดงผลเป็นหน้า 404 ส่วนธีมทั่วไปจะใช้ไฟล์ 404.php ของธีม ถ้าจะแก้ไฟล์ธีมเอง แนะนำให้ทำผ่าน Child Theme จะได้ไม่หายตอนอัปเดตธีม

ป้องกันไม่ให้เกิด 404 ซ้ำ

404 ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากบอทหรือคนพิมพ์ผิด แต่มาจากการแก้เว็บของเราเองแล้วลืมตามเก็บ

  • ตั้ง slug ให้ดีตั้งแต่แรก ใช้ภาษาอังกฤษ สั้น ไม่ใส่ปีถ้าไม่จำเป็น จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนทีหลัง
  • ทุกครั้งที่แก้ slug หรือลบหน้า ให้ถามตัวเองว่าต้อง Redirect ไหม Rank Math มีตัวเลือกให้สร้าง Redirect อัตโนมัติเมื่อเปลี่ยน slug ช่วยได้เยอะ
  • อย่าเปลี่ยนโครงสร้าง Permalink ทั้งเว็บ ถ้าเว็บมีบทความเยอะและมีคนเข้าแล้ว ถ้าจำเป็นจริงๆ ต้องวางแผน Redirect ให้ครบก่อน
  • ระวังตอนปิดปลั๊กอิน ปลั๊กอินบางตัวสร้างหน้าหรือ Post Type ของตัวเอง ปิดแล้วหน้าพวกนั้นหายทันที ถ้ากำลังคัดว่าปลั๊กอินไหนควรมี ลองดูรายชื่อปลั๊กอิน WordPress ที่จำเป็นประกอบ
  • เช็ก Search Console เดือนละครั้ง ดูเฉพาะ 404 ที่เป็น URL จริงของเว็บ ไม่ต้องไล่ทุกบรรทัด

สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาดูหลังบ้าน แค่ทำ 2 ข้อแรกให้เป็นนิสัยก็ตัด 404 ที่ต้องมาตามแก้ทีหลังไปได้มากแล้ว ที่เหลือเป็นงานตรวจเช็กตามรอบ ไม่ได้ต้องทำทุกวัน หรือถ้าไม่อยากคอยดูหลังบ้านเองเลย อีกทางคือหาคนช่วยดูแลเว็บไซต์ WordPress รายเดือน ที่อัปเดตปลั๊กอิน สำรองข้อมูล และทดสอบหน้าเว็บหลังอัปเดตให้เป็นประจำ

คำถามที่พบบ่อย

หน้า 404 เยอะๆ ทำให้เว็บโดน Google ลงโทษไหม

ไม่โดน Google ยืนยันว่า 404 ไม่กระทบการจัดทำดัชนีหรืออันดับของเว็บ แต่ควรแก้ 404 ของหน้าที่เคยมีคนเข้าหรือมีลิงก์ชี้มา เพราะคนที่กดเข้ามาจะเจอทางตันแล้วออกจากเว็บไป

ลบบทความทิ้ง ควรปล่อยเป็น 404 หรือตั้งเป็น 410

เลือกแบบไหนก็ได้ Google บอกว่าปัจจุบันปฏิบัติต่อทั้งสองแบบเหมือนกัน 410 แค่บอกได้ชัดกว่าว่าตั้งใจลบถาวร แต่ถ้ามีบทความใหม่ที่เนื้อหาตรงกัน ให้ทำ Redirect 301 ไปหน้านั้นดีกว่า

Redirect หน้า 404 ทั้งหมดไปหน้าแรกได้ไหม

ไม่ควรทำ เพราะคนที่เข้ามาไม่ได้เจอสิ่งที่หา และ Google มักมองว่าเป็น Soft 404 อยู่ดี ควร Redirect เฉพาะหน้าที่มีหน้าใหม่เนื้อหาตรงกันเท่านั้น ที่เหลือปล่อยให้แสดงหน้า 404 ที่ออกแบบดีๆ

404 กับ 500 ต่างกันยังไง

404 แปลว่าเซิร์ฟเวอร์ทำงานปกติแต่หาหน้าที่ขอไม่เจอ เป็นปัญหาระดับหน้า ส่วน 500 เป็นข้อผิดพลาดฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เช่น โค้ดหรือปลั๊กอินมีปัญหา มักทำให้เปิดได้หลายหน้าหรือทั้งเว็บไม่ได้ วิธีแก้จึงต่างกัน

แก้ 404 แล้ว ทำไมใน Search Console ยังขึ้นอยู่

Search Console ต้องรอให้ Google กลับมาเก็บข้อมูลหน้านั้นใหม่ก่อน กดปุ่มตรวจสอบการแก้ไขในรายงานเพื่อเร่งได้ ส่วน URL ที่ปล่อยเป็น 404 โดยตั้งใจ Google บอกว่าจะหลุดออกจากรายงานเองภายในประมาณหนึ่งเดือน

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook