← บทความทั้งหมด SEO

URL คืออะไร? ส่วนประกอบของ URL ที่ดีต่อ SEO

URL คือที่อยู่ของหน้าเว็บแต่ละหน้า แยกทีละส่วนตั้งแต่ https โดเมน path ไปจนถึง parameter พร้อมวิธีตั้ง URL ให้อ่านง่าย ดีต่อ SEO และเปลี่ยนแล้วไม่เสียอันดับ

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 25 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความ URL คืออะไร แถบที่อยู่เว็บแยกเป็นส่วน https โดเมน และ path

URL คือ ที่อยู่ของหน้าเว็บหรือไฟล์แต่ละชิ้นบนอินเทอร์เน็ต ย่อมาจาก Uniform Resource Locator ประกอบด้วยส่วนหลักๆ คือ โปรโตคอล (https) โดเมน path และอาจมี parameter กับ anchor ต่อท้าย URL ที่ดีควรสั้น อ่านแล้วรู้ว่าหน้านั้นพูดถึงอะไร ใช้ตัวพิมพ์เล็กและขีดกลางคั่นคำ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

เวลาคุยกับลูกค้าเรื่องเว็บไซต์ คำว่า URL, ลิงก์, โดเมน มักถูกใช้ปนกันจนงง บทความนี้เลยจะแยกให้เห็นทีละชิ้นว่า URL หนึ่งเส้นมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ส่วนไหนเราควบคุมได้ และควรตั้งยังไงให้ทั้งคนอ่านและ Google เข้าใจง่าย

URL คืออะไร อธิบายแบบไม่ต้องเป็นโปรแกรมเมอร์

ลองนึกภาพว่าอินเทอร์เน็ตคือเมืองใหญ่ แต่ละหน้าเว็บคือบ้านหนึ่งหลัง URL ก็คือบ้านเลขที่แบบเต็มๆ ที่บอกตั้งแต่ชื่อเมือง ถนน ไปจนถึงห้องที่ต้องการ เบราว์เซอร์จะอ่านที่อยู่นี้แล้ววิ่งไปขอข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ให้เรา

ในทางเทคนิค URL เป็นชนิดหนึ่งของ URI (Uniform Resource Identifier) ซึ่งรูปแบบมาตรฐานถูกกำหนดไว้ในเอกสาร RFC 3986 ของ IETF ส่วน Google เองก็อ้างอิงมาตรฐานชุดนี้ในคู่มือเรื่องโครงสร้าง URL เช่นกัน แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจ แค่จำไว้ว่า URL = ที่อยู่เต็มของหน้าหนึ่งหน้า ก็ใช้งานได้แล้ว

URL กับโดเมน และลิงก์ ต่างกันตรงไหน

สามคำนี้เกี่ยวกันแต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดเมนเป็นแค่ “ชื่อเว็บ” ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหนึ่งใน URL ส่วนลิงก์คือ “ปุ่มหรือข้อความที่กดได้” ซึ่งข้างในเก็บ URL ปลายทางไว้อีกที ถ้าอยากรู้เรื่องชื่อเว็บแบบละเอียด ผมเขียนไว้แล้วในบทความโดเมนคืออะไร และวิธีเลือกโดเมนให้เหมาะกับธุรกิจ

คำหมายถึงตัวอย่าง
โดเมน (Domain)ชื่อเว็บไซต์ ใช้แทนเลข IP ของเซิร์ฟเวอร์ehowme.com
URLที่อยู่เต็มของหน้าหรือไฟล์หนึ่งชิ้นhttps://www.ehowme.com/what-is-wordpress/
ลิงก์ (Link)ข้อความหรือปุ่มที่กดแล้วพาไปยัง URL หนึ่งข้อความ “WordPress คืออะไร” ที่กดได้

แยก URL ออกเป็นชิ้นๆ แต่ละส่วนทำหน้าที่อะไร

ลองดู URL สมมติเส้นนี้ ซึ่งมีครบทุกส่วนที่มักเจอ

https://www.example.com:443/blog/seo/what-is-url/?utm_source=line#faq
แผนภาพแยกส่วนประกอบของ URL ได้แก่ Scheme, Subdomain, Domain, Port, Path, Query และ Fragment
ส่วนประกอบของ URL หนึ่งเส้น ไล่จากซ้ายไปขวา

ไล่จากซ้ายไปขวา แต่ละส่วนมีหน้าที่แบบนี้ (ชื่อเรียกอิงตาม คู่มือของ MDN ซึ่งเป็นเอกสารอ้างอิงที่นักพัฒนาเว็บใช้กันเป็นหลัก)

ส่วนในตัวอย่างทำหน้าที่อะไรเจ้าของเว็บควรสนใจไหม
Scheme / Protocolhttps://บอกวิธีที่เบราว์เซอร์ใช้คุยกับเซิร์ฟเวอร์ https คือแบบเข้ารหัสควร ต้องเป็น https ทุกหน้า
Subdomainwww.ส่วนย่อยหน้าโดเมน ใช้แยกบริการ เช่น shop. หรือ blog.เลือกแบบเดียวแล้วใช้ให้คงที่
Domainexample.comชื่อเว็บ ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ควร เลือกครั้งเดียวใช้ยาว
Port:443“ประตู” ของเซิร์ฟเวอร์ ปกติไม่ต้องเขียน เพราะ https ใช้ 443 อยู่แล้วแทบไม่ต้องยุ่ง
Path/blog/seo/what-is-url/บอกว่าต้องการหน้าไหนในเว็บสนใจมากที่สุด เพราะตั้งเองได้ทุกหน้า
Query / Parameter?utm_source=lineส่งข้อมูลเพิ่มให้เซิร์ฟเวอร์ เช่น คำค้น ตัวกรอง หรือแท็กติดตามแคมเปญใช้เท่าที่จำเป็น
Fragment / Anchor#faqกระโดดไปยังจุดหนึ่งในหน้าเดิม ไม่ถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์ใช้ทำสารบัญหรือลิงก์ไปหัวข้อ

Path คือส่วนที่เราตั้งเองได้มากที่สุด

โดเมนเลือกครั้งเดียวแล้วจบ แต่ path เป็นส่วนที่เปลี่ยนไปตามทุกหน้าที่เราสร้าง ใน WordPress ส่วนท้ายสุดของ path จะเรียกว่า slug เช่น บทความนี้ใช้ slug ว่า what-is-url เวลาคนพูดว่า “ตั้ง URL ให้ดีต่อ SEO” ส่วนใหญ่ก็หมายถึงการตั้ง path และ slug นี่แหละ

Parameter กับ Anchor ที่ชอบโผล่มาท้ายลิงก์

ถ้าเคยก๊อปลิงก์จาก Facebook หรือแคมเปญโฆษณา จะเห็นอะไรยาวๆ อย่าง ?fbclid=... หรือ ?utm_source=... ต่อท้าย นั่นคือ parameter ที่แพลตฟอร์มใส่ไว้เพื่อติดตามว่าคนมาจากไหน หน้าเว็บยังเป็นหน้าเดิม แต่ในสายตาของบอตอาจนับเป็น URL คนละเส้นได้ ส่วน # ใช้พาไปยังหัวข้อในหน้า และ MDN ระบุว่าส่วนนี้เบราว์เซอร์ไม่ส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์เลย

URL สำคัญกับ SEO แค่ไหน

ตรงนี้ขอพูดตรงๆ เพราะเห็นหลายคนให้น้ำหนักเรื่องคีย์เวิร์ดใน URL มากเกินไป ใน SEO Starter Guide ของ Google มีหัวข้อ “สิ่งที่ไม่ควรโฟกัส” ซึ่งบอกไว้ว่าคีย์เวิร์ดในชื่อโดเมนหรือ path แทบไม่มีผลอะไรนอกจากไปปรากฏเป็น breadcrumb ในผลการค้นหา

URL ที่ดีไม่ได้ทำให้อันดับพุ่ง แต่ URL ที่แย่ทำให้คนไม่กล้าคลิก และทำให้เว็บมีหน้าซ้ำโดยไม่รู้ตัว

แล้วทำไมยังต้องใส่ใจ? เหตุผลที่ผมมองว่าสำคัญจริงมีอยู่ 3 ข้อ

  1. คนเห็น URL ก่อนตัดสินใจคลิก Google บอกว่าคำใน URL อาจถูกแสดงเป็น breadcrumb ในหน้าผลค้นหา URL ที่อ่านออกช่วยให้คนรู้ว่ากดไปแล้วจะเจออะไร เทียบกับ URL ที่มีแต่ตัวเลขสุ่ม
  2. ลดปัญหาหน้าซ้ำ ใน คู่มือโครงสร้าง URL ของ Google เตือนว่า parameter ที่ไม่จำเป็น เช่น session ID ตัวเรียงลำดับ หรือตัวกรองหลายชั้น สร้าง URL ซ้ำได้จำนวนมาก บอตต้องเสียเวลาไล่เก็บหน้าที่เนื้อหาเหมือนกัน
  3. แชร์ง่ายและดูน่าเชื่อถือ URL สั้นๆ ที่อ่านออก ส่งใน LINE หรือพิมพ์ลงนามบัตรได้ ส่วน URL ยาวเป็นพรืดดูคล้ายลิงก์หลอกลวง

สรุปคือ URL เป็นงานพื้นฐานที่ควรทำให้เรียบร้อยตั้งแต่สร้างหน้า แต่ไม่ใช่จุดที่จะทำให้ติดหน้าแรกได้ด้วยตัวเอง ถ้าอยากเห็นภาพรวมว่าในหนึ่งหน้ามีอะไรต้องเช็กอีกบ้าง ลองดูเช็กลิสต์ SEO On-Page สำหรับเว็บ WordPress

ตั้ง URL ยังไงให้คนอ่านรู้เรื่อง และ Google เข้าใจ

หลักที่ใช้ได้กับเว็บเกือบทุกแบบ สรุปจากคู่มือของ Google และวิธีที่ eHowMe ใช้กับบทความบนเว็บนี้เอง

ใช้คำที่อ่านออก แทนตัวเลขหรือรหัส

Google ยกตัวอย่างว่า /wiki/Aviation ดีกว่า index.php?topic=42&area=3a5ebc... เพราะคนอ่านแล้วรู้ทันทีว่าหน้านี้เรื่องอะไร สำหรับเว็บธุรกิจ เช่น หน้าบริการทำเว็บ ใช้ /wordpress-website-services/ ย่อมดีกว่า /?page_id=812

คั่นคำด้วยขีดกลาง ไม่ใช่ขีดล่าง

Google แนะนำให้ใช้ขีดกลาง (-) คั่นคำ เพราะช่วยให้ทั้งคนและเครื่องมือค้นหาแยกคำออกจากกันได้ ไม่แนะนำขีดล่าง (_) และไม่แนะนำให้เขียนคำติดกันเป็นพรืดแบบ /greendress ด้วย

ใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด

Google มองว่า path เป็น case sensitive คือ /APPLE กับ /apple ถือเป็นคนละ URL ถ้าเซิร์ฟเวอร์เปิดหน้าเดียวกันได้ทั้งสองแบบ ก็เสี่ยงเป็นหน้าซ้ำ วิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมดตั้งแต่แรก ซึ่ง WordPress จะแปลง slug เป็นตัวเล็กให้อัตโนมัติอยู่แล้ว

สั้นพอดี ตัดคำที่ไม่ช่วยอะไรออก

ไม่มีตัวเลขตายตัวว่า URL ต้องยาวไม่เกินเท่าไหร่ แต่ยิ่งสั้นยิ่งจำง่ายและแชร์ง่าย ผมมักตัดคำเชื่อมอย่าง a, the, and ออก และไม่ยัดคีย์เวิร์ดซ้ำ ตัวอย่างเช่น บทความ “WordPress คืออะไร? ข้อดี-ข้อเสีย และเหมาะกับธุรกิจแบบไหน” ใช้ slug แค่ what-is-wordpress ก็พอ

ไม่ต้องใส่ปีหรือวันที่ ถ้าตั้งใจจะอัปเดตบทความต่อ

ชื่อบทความใส่ปีได้ เพราะแก้ทีหลังง่าย แต่ถ้าใส่ปีไว้ใน URL เช่น /seo-guide-2025/ พอถึงปีหน้าก็ต้องเลือกระหว่างปล่อยให้ดูเก่า หรือเปลี่ยน URL แล้วทำ redirect ตามมา บทความแนว evergreen จึงควรใช้ URL ที่ไม่มีปีตั้งแต่ต้น

URL ภาษาไทย ใช้ได้ไหม

ใช้ได้ และ Google ก็อ่านออก คู่มือของ Google ยังแนะนำให้ใช้คำในภาษาที่กลุ่มเป้าหมายค้นหาด้วย แต่ในทางปฏิบัติ URL ภาษาไทยมีข้อเสียที่หลายคนไม่ทันเห็นตอนตั้ง คือเวลาก๊อปไปวางที่อื่น ตัวอักษรไทยจะถูกแปลงเป็นรหัส (percent-encoding) ตามมาตรฐาน

ผมลองแปลงคำว่า “ยูอาร์แอลคืออะไร” ซึ่งมี 16 ตัวอักษร ผลที่ได้ยาวถึง 144 ตัวอักษร เพราะอักษรไทย 1 ตัวใช้ 3 ไบต์ใน UTF-8 แต่ละไบต์กลายเป็น %XX อีก 3 ตัวอักษร รวมเป็น 9 ตัวอักษรต่ออักษรไทยหนึ่งตัว

/ยูอาร์แอลคืออะไร/
→ /%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/

ในแถบที่อยู่ของเบราว์เซอร์ URL ไทยดูสวย แต่พอส่งต่อใน LINE อีเมล หรือเอกสาร มันมักกลายเป็นรหัสยาวเหยียดที่ไม่มีใครอยากกด

ด้วยเหตุนี้ บทความทุกบทความบน ehowme.com จึงใช้ slug ภาษาอังกฤษ แม้เนื้อหาจะเป็นภาษาไทยทั้งหมด ส่วนคีย์เวิร์ดภาษาไทยก็ไปใส่ในชื่อบทความ หัวข้อ และเนื้อหาแทน ซึ่งเป็นจุดที่มีผลกับ SEO มากกว่าอยู่แล้ว

ข้อยกเว้นที่ผมพอเข้าใจได้คือเว็บที่กลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทยล้วน และส่วนใหญ่เข้าผ่านผลค้นหาโดยตรงไม่ค่อยแชร์ลิงก์ กรณีนี้ใช้ภาษาไทยก็ไม่ผิด แค่ต้องรู้ข้อแลกเปลี่ยนก่อนเลือก และเลือกแล้วควรใช้แบบเดียวกันทั้งเว็บ

ตั้งค่า URL ใน WordPress ทำตรงไหน

ใน WordPress รูปแบบ URL ทั้งเว็บถูกกำหนดที่เมนู Settings > Permalinks มีให้เลือกหลายแบบ ดังนี้

หน้าตั้งค่าลิงก์ถาวร (Permalinks) ใน WordPress เลือกโครงสร้างแบบชื่อเรื่อง
หน้า ตั้งค่า > ลิงก์ถาวร ของ ehowme.com ซึ่งเลือกแบบ “ชื่อเรื่อง” (Post name)
รูปแบบตัวอย่าง URLความเห็น
Plain/?p=123อ่านไม่ออก ไม่แนะนำ
Day and name/2026/10/24/sample-post/ยาว และทำให้บทความดูเก่าเร็ว
Month and name/2026/10/sample-post/เหมาะกับเว็บข่าว
Numeric/archives/123ไม่บอกเนื้อหา
Post name/sample-post/สั้น อ่านง่าย เว็บธุรกิจส่วนใหญ่ใช้แบบนี้
Custom structure/blog/%postname%/ใช้เมื่อต้องการแยกโฟลเดอร์ เช่น /blog/

ehowme.com ใช้แบบ Post name ทำให้บทความมี URL สั้นอย่าง /what-is-wordpress/ หรือ /meta-description/ ส่วน slug ของแต่ละโพสต์ แก้ได้ที่แผงด้านขวาของหน้าแก้ไขโพสต์ (ช่อง URL) ถ้าติดตั้ง Rank Math ไว้ ก็แก้ได้ในกล่อง Edit Snippet พร้อมกับ SEO title และ description เลย ดูวิธีตั้งค่าเพิ่มเติมได้ที่คู่มือตั้งค่า Rank Math ทีละขั้นตอน

ถ้าเพิ่งสร้างเว็บใหม่ แนะนำให้ตั้ง Permalinks ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มลงบทความแรก เพราะเอกสารของ WordPress เองก็บอกว่า permalink ควรเป็น “ถาวร” ไม่เปลี่ยนไปมา ใครกำลังเริ่มทำเว็บเองอยู่ ขั้นตอนนี้อยู่ในบทความวิธีสร้างเว็บ WordPress ด้วยตัวเองแบบ Step-by-Stepด้วย

จะเปลี่ยน URL หน้าที่มีคนเข้าอยู่แล้ว ต้องระวังอะไร

เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดหลังคุยเรื่อง URL เพราะหลายเว็บเริ่มจาก slug ภาษาไทยหรือแบบ ?p=123 แล้วอยากเปลี่ยนให้สวยขึ้น คำตอบคือเปลี่ยนได้ แต่ทุกครั้งที่ URL เปลี่ยน ลิงก์เก่าที่อยู่ใน Google ในโซเชียล หรือเว็บอื่นจะพาคนไปเจอหน้า 404 ทันที ถ้าไม่ได้ทำอะไรต่อ

  1. จดรายการ URL เก่าที่จะเปลี่ยนไว้ก่อน โดยเฉพาะหน้าที่มีคนเข้าเยอะ
  2. ทำ Redirect 301 จาก URL เก่าไป URL ใหม่ทีละหน้า (รายละเอียดอยู่ในบทความการทำ Redirect 301 ย้ายหน้าเว็บโดยไม่เสียอันดับ)
  3. แก้ลิงก์ภายในเว็บให้ชี้ไป URL ใหม่โดยตรง ไม่ต้องพึ่ง redirect
  4. ส่ง sitemap ใหม่และเฝ้าดูรายงานหน้าที่มีปัญหาใน Google Search Console สัก 2-4 สัปดาห์

ถ้าหน้านั้นติดอันดับดีอยู่แล้วและ URL ไม่ได้แย่ถึงขั้นสร้างปัญหา การปล่อยไว้แบบเดิมมักปลอดภัยกว่าการเปลี่ยนเพื่อความสวยงาม

ความเห็นนี้สอดคล้องกับที่ Google เขียนไว้ใน SEO Starter Guide ว่าไม่จำเป็นต้องรีบรื้อโครงสร้างเว็บทั้งหมดทันที โดยเฉพาะเว็บที่มีหน้าไม่มาก ผลดีที่ได้จาก URL ใหม่อาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนผ่าน

ตัวอย่าง URL ที่ดีและไม่ดี

URL ที่ควรเลี่ยงปัญหาแบบที่ดีกว่า
/?p=5238ไม่บอกว่าเป็นหน้าอะไร/google-search-console/
/Google_Search_Console/มีตัวพิมพ์ใหญ่และขีดล่าง/google-search-console/
/วิธีติดตั้ง-google-search-console-สำหรับ-wordpress/แชร์แล้วกลายเป็นรหัสยาว/google-search-console/
/seo-tips-2025-best-seo-tips-for-seo/ใส่ปีและยัดคีย์เวิร์ดซ้ำ/seo-tips/
/products?color=red&sort=price&sessionid=8f2aparameter ไม่จำเป็น สร้างหน้าซ้ำ/products/red/

สิ่งที่หลายคนมักพลาดเรื่อง URL

  • ปล่อยให้ WordPress สร้าง slug จากชื่อบทความภาษาไทยอัตโนมัติ ถ้าไม่ได้แก้ช่อง URL ก่อนเผยแพร่ ก็จะได้ slug ไทยยาวเท่าชื่อบทความทั้งประโยค
  • แก้ slug หลังเผยแพร่โดยไม่ทำ redirect WordPress พยายามพาจาก slug เก่าไปหน้าใหม่ให้ในบางกรณี แต่ไม่ควรฝากไว้กับระบบอัตโนมัติ ควรทำ 301 เองให้ชัดเจน
  • มีทั้ง http และ https หรือทั้ง www และไม่มี www เปิดได้พร้อมกัน ควรเลือกแบบเดียวแล้ว redirect แบบอื่นมาที่นี่ทั้งหมด
  • ใช้ # เพื่อเปลี่ยนเนื้อหาทั้งหน้า Google แนะนำว่าไม่ควรใช้ fragment เปลี่ยนเนื้อหาหน้า เพราะส่วนนี้ไม่ได้ถูกส่งไปที่เซิร์ฟเวอร์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ URL

URL ย่อมาจากอะไร

URL ย่อมาจาก Uniform Resource Locator แปลตรงตัวคือ “ตัวระบุตำแหน่งของทรัพยากร” ใช้บอกว่าหน้าเว็บหรือไฟล์หนึ่งชิ้นอยู่ที่ไหนบนอินเทอร์เน็ต และต้องใช้วิธีไหนในการเข้าถึง

URL กับโดเมนเหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน โดเมนคือชื่อเว็บไซต์ เช่น ehowme.com ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่งของ URL ส่วน URL คือที่อยู่เต็มของหน้าใดหน้าหนึ่ง เช่น https://www.ehowme.com/what-is-wordpress/

ใส่คีย์เวิร์ดใน URL ช่วยให้ติดอันดับไหม

ช่วยน้อยมาก Google ระบุใน SEO Starter Guide ว่าคีย์เวิร์ดใน URL แทบไม่มีผลนอกจากแสดงเป็น breadcrumb แต่ URL ที่อ่านออกช่วยให้คนตัดสินใจคลิกง่ายขึ้น จึงยังควรใส่คำที่สื่อเนื้อหา

ควรตั้ง URL เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ

ใช้ได้ทั้งคู่ แต่ URL ภาษาไทยจะถูกแปลงเป็นรหัสยาวเมื่อก๊อปไปแชร์ อักษรไทย 1 ตัวกลายเป็น 9 ตัวอักษร เว็บธุรกิจส่วนใหญ่จึงเลือก slug ภาษาอังกฤษสั้นๆ แล้วใส่คีย์เวิร์ดไทยในชื่อบทความและเนื้อหาแทน

เปลี่ยน URL แล้วอันดับจะหายไหม

ถ้าเปลี่ยนแล้วไม่ทำ Redirect 301 ลิงก์เก่าจะกลายเป็นหน้า 404 และอันดับเสี่ยงหายได้ ถ้าทำ 301 จาก URL เก่าไปใหม่ แก้ลิงก์ภายใน และติดตามผลใน Search Console ความแรงของหน้าเดิมส่วนใหญ่จะถูกส่งต่อไปยัง URL ใหม่ แต่หน้าที่ติดอันดับดีอยู่แล้วไม่ควรเปลี่ยนถ้าไม่จำเป็น

ถ้าให้สรุปสั้นๆ URL ที่ดีคือ URL ที่คนอ่านแล้วเดาเนื้อหาได้ เป็น https ใช้ตัวเล็ก คั่นด้วยขีดกลาง และไม่เปลี่ยนไปมา ตั้งให้ถูกตั้งแต่หน้าแรกของเว็บ จะประหยัดงาน redirect ไปได้อีกเยอะในอนาคต

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook