← บทความทั้งหมด SEO

Meta Description คืออะไร? ยาวเท่าไหร่ดี เขียนยังไงให้คนคลิก

Meta Description คือข้อความสรุปหน้าเว็บที่อาจขึ้นใต้ชื่อบน Google ควรยาวแค่ไหนสำหรับภาษาไทย ทำไม Google ชอบเขียนใหม่ และวิธีเขียนให้คนอยากคลิก

AngkuL Oatwanit อัปเดตล่าสุด 23 ตุลาคม 2026
ภาพปกบทความ Meta Description คืออะไร แล็ปท็อปบนโต๊ะไม้แสดงการ์ดผลการค้นหา มีไม้บรรทัดสีส้มวางใต้บรรทัดคำอธิบาย

Meta Description คือ ข้อความสั้นๆ ที่สรุปว่าหน้าเว็บนั้นพูดถึงอะไร ใส่ไว้ในโค้ดส่วน <head> และ Google อาจนำไปแสดงใต้ชื่อเว็บในผลค้นหา ความยาวที่ปลอดภัยคือประมาณ 120-155 ตัวอักษร เพราะ Google ตัดตามความกว้างหน้าจอ ไม่ได้ตัดตามจำนวนตัวอักษร และไม่ได้ใช้ข้อความนี้จัดอันดับโดยตรง

เรื่องความยาวของ meta description เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยจากคนที่เพิ่งเริ่มใช้ปลั๊กอิน SEO เพราะแถบสีในปลั๊กอินชอบขึ้นเตือนว่า “ยาวเกิน” หรือ “สั้นไป” บทความนี้เลยรวบรวมทั้งสิ่งที่ Google บอกไว้เอง ตัวเลขจากงานวิจัย และผลที่ผมลองวัดกับคำอธิบายภาษาไทยของบทความบนเว็บ eHowMe จริง 16 บทความ

Meta Description คืออะไร และไปโผล่ตรงไหน

เวลาค้นหาอะไรบน Google ผลลัพธ์แต่ละอันจะมีสามส่วนหลัก คือชื่อเว็บกับ URL ด้านบน ชื่อหน้า (title) ตัวใหญ่สีน้ำเงิน และข้อความสั้นๆ อีก 1-2 บรรทัดด้านล่าง ข้อความบรรทัดล่างสุดนี้เรียกว่า snippet และ meta description คือข้อความที่เจ้าของเว็บ “เสนอ” ให้ Google ใช้ในตำแหน่งนี้

ในโค้ด HTML หน้าตาจะเป็นแบบนี้

<meta name="description" content="ข้อความสรุปหน้าเว็บของคุณ">

คำว่า “เสนอ” สำคัญมาก เพราะ Google ไม่ได้รับปากว่าจะใช้ทุกครั้ง ใน เอกสารเรื่อง snippet ของ Google Search Central เขียนไว้ชัดว่า Google ใช้เนื้อหาบนหน้าเป็นหลักในการสร้าง snippet และจะใช้ meta description ก็ต่อเมื่อมันอธิบายหน้านั้นได้ตรงกว่าเนื้อหาที่ดึงมาเอง

มีผลกับอันดับไหม

คำตอบตรงๆ คือไม่มีผลโดยตรง Google ยืนยันไว้ตั้งแต่ปี 2009 ในบทความ Google ไม่ได้ใช้เมตาแท็กคีย์เวิร์ดในการจัดอันดับเว็บ ว่าแม้จะใช้ description เป็นข้อความตัวอย่างในผลค้นหาบางครั้ง แต่ไม่ได้ใช้ในการจัดอันดับ

แต่ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ เพราะ meta description เป็นเหมือนป้ายหน้าร้าน ถ้าอันดับเท่ากัน คำอธิบายที่ตอบคำถามคนค้นได้ชัดกว่ามีโอกาสถูกคลิกมากกว่า และจำนวนคลิกคือสิ่งที่เจ้าของเว็บต้องการจริงๆ

Meta description ไม่ได้ช่วยให้ติดอันดับ แต่ช่วยให้คนที่เห็นเว็บเราแล้ว ตัดสินใจคลิกเข้ามา

ความยาวที่เหมาะสม ตัวเลขที่ควรจำ

สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ Google ไม่เคยกำหนดจำนวนตัวอักษรตายตัว เอกสารของ Google บอกเพียงว่าไม่มีขีดจำกัดความยาว แต่ snippet จะถูกตัดตามความกว้างของหน้าจออุปกรณ์ ตัวเลข 155 หรือ 160 ตัวอักษรที่เราเห็นกันทั่วไปจึงเป็นค่าที่คนในวงการ SEO วัดกันเอง ไม่ใช่กฎของ Google

อุปกรณ์ความกว้างโดยประมาณจำนวนตัวอักษรโดยประมาณ
เดสก์ท็อปราว 920 พิกเซล150-160 ตัวอักษร
มือถือราว 680 พิกเซลประมาณ 120 ตัวอักษร
แชร์บน Facebook / LinkedIn (og:description)ขึ้นกับรูปแบบการ์ดประมาณ 200 ตัวอักษร แต่มักถูกตัดก่อน

ตัวเลขฝั่งเดสก์ท็อปมาจาก คู่มือความยาว meta description ของ SEO Worth ซึ่งให้ช่วงราว 920-960 พิกเซล หรือ 150-160 ตัวอักษร ส่วนตัวเลขมือถือ 680 พิกเซล อ้างอิงจาก บทความของ Spotibo ที่แนะนำช่วง 120-158 ตัวอักษร สำหรับการแชร์ลงโซเชียล สรุปของ Flavio Copes แนะนำให้ og:description ยาวราว 200 ตัวอักษร แต่ควรวางใจความสำคัญไว้ใน 150 ตัวแรก

ถ้าให้สรุปเป็นกติกาเดียว ผมใช้แบบนี้ครับ เขียนให้ยาวราว 120-155 ตัวอักษร และให้ 120 ตัวอักษรแรก อ่านจบความได้ในตัวเอง เพราะคนส่วนใหญ่ค้นจากมือถือ และบนมือถือส่วนท้ายมักโดนตัด

ภาษาไทยนับตัวอักษรแบบภาษาอังกฤษไม่ได้

ตรงนี้คือจุดที่บทความภาษาอังกฤษไม่ได้พูดถึง ภาษาไทยมีสระบน สระล่าง และวรรณยุกต์ ที่นับเป็นตัวอักษรในเครื่องมือนับ แต่แทบไม่กินพื้นที่แนวนอนเลย ในทางกลับกัน พยัญชนะไทยหลายตัวก็กว้างกว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเล็ก

ผมเลยลองวัดเอง โดยดึง meta description ของบทความบนเว็บ eHowMe มา 16 บทความ แล้ววัดความกว้างด้วยฟอนต์ Arial 14px ในเบราว์เซอร์ Chrome บน Windows (ใกล้เคียงกับขนาดตัวอักษรของ snippet บนเดสก์ท็อป) ผลที่ได้คือ

  • คำอธิบายยาว 127-156 ตัวอักษร กว้างตั้งแต่ 772 ถึง 975 พิกเซล
  • เฉลี่ยแล้วภาษาไทยปนอังกฤษกว้างราว 6 พิกเซลต่อตัวอักษร ใกล้เคียงกับประโยคภาษาอังกฤษล้วนที่วัดด้วยวิธีเดียวกัน
  • ในข้อความไทยล้วนที่ทดสอบ สระบน-ล่างและวรรณยุกต์คิดเป็นราว 1 ใน 5 ของตัวอักษรทั้งหมด
  • มี 3 จาก 16 บทความที่เกิน 920 พิกเซล ทั้ง 3 อันยาว 155-156 ตัวอักษร
กราฟแท่งเปรียบเทียบความกว้างเป็นพิกเซลของ meta description ภาษาไทย 16 บทความบน ehowme.com มี 3 บทความที่เกินเส้น 920 พิกเซล
วัดด้วยฟอนต์ Arial 14px ใน Chrome บน Windows (ต.ค. 2026) แท่งสีส้มคือคำอธิบายที่กว้างเกินราว 920 พิกเซล
บทความจำนวนตัวอักษรความกว้าง (px)เกิน 920px?
ทำเว็บเองหรือจ้างทำเว็บ132772ไม่เกิน
โดเมนคืออะไร134781ไม่เกิน
Local SEO คืออะไร137852ไม่เกิน
ช่องโหว่ PHP2Shell148871ไม่เกิน
ปักหมุด Google Map ร้านค้า151907ไม่เกิน
ทำเว็บไซต์ ราคาเท่าไหร่155957เกิน
เว็บสำเร็จรูป vs WordPress156925เกิน
ปลั๊กอิน WordPress ที่ควรมี155975เกิน

สิ่งที่สังเกตได้คือ จำนวนตัวอักษรเท่ากันไม่ได้แปลว่ากว้างเท่ากัน คำอธิบาย 155 ตัวอักษรอันหนึ่งกว้าง 957 พิกเซล แต่อีกอันที่ยาวแค่ 151 ตัวอักษรยังกว้างไม่ถึง 920 ข้อความที่มีภาษาอังกฤษตัวใหญ่หรือคำยาวๆ อย่าง “Page Builder” และ “Analytics” จะกินพื้นที่มากกว่า

ข้อจำกัดของการทดสอบนี้คือ ฟอนต์ไทยที่ Google แสดงจริงขึ้นกับระบบปฏิบัติการและเบราว์เซอร์ของคนค้น ตัวเลขจึงใช้เป็นแนวทางได้ แต่ไม่ใช่ค่าที่ตายตัว ข้อสรุปที่ผมใช้กับเว็บตัวเองคือ ภาษาไทยเขียนไม่เกินราว 150 ตัวอักษร จะปลอดภัยกว่าบนเดสก์ท็อป

ทำไม Google ถึงไม่ใช้คำอธิบายที่เราเขียน

ใครที่ลองค้นเว็บตัวเองบ่อยๆ น่าจะเคยเห็นว่าข้อความใต้ชื่อเว็บไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ใน meta description นี่เป็นเรื่องปกติมาก จาก งานศึกษาของ Ahrefs ที่ดูผลค้นหาราว 20,000 คีย์เวิร์ด พบว่า Google เขียน snippet ใหม่เองถึง 62.78% ของกรณีทั้งหมด

ข้อมูลจากงานเดียวกันที่น่าสนใจคือ

  • คำอธิบายที่ยาวเกินถูกเขียนใหม่ 61.46% ส่วนที่ยาวพอดีถูกเขียนใหม่ 63.69% แทบไม่ต่างกัน แปลว่าความยาวไม่ใช่เหตุผลหลักที่ Google เปลี่ยนข้อความ
  • คีย์เวิร์ดหางยาว (long-tail) ถูกเขียนใหม่บ่อยกว่าคีย์เวิร์ดหลักเล็กน้อย คือ 65.62% เทียบกับ 59.65%
  • หน้าที่ติดอันดับต้นๆ ราว 25.02% ไม่มี meta description เลย

งานนี้เผยแพร่ตั้งแต่ปี 2020 ตัวเลขปัจจุบันอาจต่างไปบ้าง แต่ภาพรวมยังสอดคล้องกับที่เอกสารของ Google อธิบาย คือ Google พยายามเลือกข้อความที่ตรงกับ “คำค้นแต่ละคำ” มากที่สุด คำอธิบายเดียวกันจึงตอบได้ไม่ทุกคำค้น

ผมลองค้นคำว่า “ปลั๊กอิน WordPress ที่ควรมี ehowme” ดู ผลที่ขึ้นมาอันดับแรกเป็นบทความสอนตั้งค่า WP Rocket ของ eHowMe และข้อความใต้ชื่อไม่ใช่ meta description ที่ตั้งไว้ (“สอนตั้งค่า Wp-Rocket เร่งความเร็วเว็บไซต์ ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน…”) แต่ Google ดึงประโยคจากเนื้อหาที่มีคำว่า “ปลั๊กอิน” ตรงกับคำค้นมาแสดงแทน

ผลค้นหา Google ของบทความสอนตั้งค่า WP-Rocket บน eHowMe ที่แสดงข้อความจากเนื้อหาแทน meta description
Google ดึงประโยคจากเนื้อหาที่มีคำว่า “ปลั๊กอิน” มาแสดง แทน meta description ที่ตั้งไว้

ถ้า Google เปลี่ยนคำอธิบายของเราบ่อย อย่าเพิ่งคิดว่าเขียนผิด ให้ดูก่อนว่าข้อความที่ Google เลือกมา ตอบคำค้นได้ดีกว่าของเราหรือเปล่า

เมื่อไหร่ที่ควรกลับไปแก้

ผมจะกลับไปแก้คำอธิบายเฉพาะหน้าที่อันดับดีแต่คนคลิกน้อย วิธีหาคือเปิดรายงาน Performance ใน Google Search Console แล้วดูหน้าที่มี Impressions สูงแต่ CTR ต่ำกว่าหน้าอื่นในอันดับใกล้เคียงกัน หน้าพวกนี้คือหน้าที่คนเห็นแต่ไม่อยากคลิก การปรับ title และ description จึงคุ้มแรงที่สุด

เขียน Meta Description ยังไงให้คนอยากคลิก

หลักการด้านล่างนี้ผมสรุปจากเอกสารของ Google ผสมกับสิ่งที่ใช้จริงตอนเขียนคำอธิบายให้บทความในเว็บนี้

  1. ตอบคำถามของคนค้นในประโยคแรก ถ้าคนค้นว่า “xxx คืออะไร” ประโยคแรกควรบอกเลยว่าคืออะไร ไม่ต้องเกริ่น
  2. ใส่คีย์เวิร์ดหลักไว้ช่วงต้น คำที่ตรงกับคำค้นจะถูกทำตัวหนาในผลค้นหา ช่วยให้สายตาหยุดที่ผลของเรา
  3. บอกสิ่งที่จะได้จากหน้านั้น เช่น ขั้นตอน ตาราง ราคา ตัวอย่าง หรือเทมเพลต คนจะรู้ว่าคลิกเข้ามาแล้วได้อะไร
  4. ใส่รายละเอียดที่จับต้องได้ เอกสารของ Google เองแนะนำให้ใส่ข้อมูลเฉพาะ เช่นราคา ผู้เขียน วันที่ หรือเวลาเปิดทำการ แทนที่จะเขียนกว้างๆ
  5. เขียนให้ไม่ซ้ำกันทุกหน้า Google ระบุว่าคำอธิบายที่เหมือนหรือคล้ายกันทั้งเว็บไม่ช่วยอะไร หน้าแรกใช้คำอธิบายภาพรวมของเว็บได้ แต่หน้าอื่นควรมีของตัวเอง
  6. อย่าใส่สิ่งที่หน้าไม่มี ถ้าคำอธิบายสัญญาว่ามี “แจกฟรี” แต่เข้ามาแล้วไม่มี คนจะกดออกทันที และ Google ก็มีแนวโน้มเลือกข้อความอื่นแทน
  7. อย่ายัดคีย์เวิร์ดซ้ำๆ คำอธิบายที่มีแต่คีย์เวิร์ดเรียงกันอ่านแล้วไม่เป็นธรรมชาติ และไม่ได้ช่วยเรื่องอันดับอยู่แล้ว

อีกเรื่องที่ผมระวังเสมอคือการไม่ผูกคำอธิบายไว้กับเครื่องมือหรือวิธีเดียว ถ้าบทความสอนหลายวิธี เช่นติดตั้งได้ทั้งผ่านปลั๊กอินและผ่านโค้ด คำอธิบายควรเขียนกว้างพอให้ครอบคลุม ไม่อย่างนั้นคนที่ค้นหาอีกวิธีจะคิดว่าหน้านี้ไม่ใช่สิ่งที่หา

ตัวอย่างก่อนและหลังปรับ

แบบที่ควรเลี่ยงแบบที่ดีกว่า
ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา เรามีบริการหลากหลาย คุณภาพดี ราคาถูกรับทำเว็บไซต์ WordPress สำหรับธุรกิจ ออกแบบตามแบรนด์ รองรับ SEO และมือถือ เริ่มต้น 8,900 บาท ปรึกษาฟรีผ่าน LINE
บทความเกี่ยวกับ SEO SEO คืออะไร SEO ทำยังไง SEO สำคัญไหมSEO คืออะไร Google เลือกเว็บมาแสดงยังไง พร้อมขั้นตอนเริ่มทำสำหรับเว็บใหม่ ทำตามได้แม้ไม่มีพื้นฐาน
วิธีติดตั้ง Google Analytics ผ่านปลั๊กอิน Xวิธีติดตั้ง Google Analytics บนเว็บ WordPress แบบง่ายๆ พร้อมวิธีเช็กว่าข้อมูลเข้าแล้วหรือยัง

ตั้งค่า Meta Description ใน WordPress

WordPress ไม่มีช่องสำหรับใส่ meta description มาให้ตั้งแต่แรก ต้องใช้ปลั๊กอิน SEO ช่วย ตัวที่นิยมในไทยคือ Rank Math, Yoast SEO และ All in One SEO ทุกตัวทำงานคล้ายกัน คือเพิ่มช่องให้กรอกคำอธิบายในหน้าแก้ไขบทความ พร้อมแถบบอกความยาวและภาพตัวอย่างผลค้นหา

สำหรับ Rank Math ที่ผมใช้กับเว็บนี้ ขั้นตอนคือ

  1. เปิดบทความหรือหน้าที่ต้องการแก้ไข
  2. กดไอคอน Rank Math มุมขวาบนของตัวแก้ไข แล้วกด Edit Snippet
  3. กรอกข้อความในช่อง Description ดูแถบความยาวด้านล่างว่ายังไม่เกิน
  4. ดูภาพตัวอย่างทั้งแบบเดสก์ท็อปและมือถือ ว่าใจความสำคัญยังอยู่ครบไหม
  5. กดบันทึกหรืออัปเดตบทความ
หน้าต่าง Preview Snippet Editor ของ Rank Math แสดงตัวอย่างผลค้นหา ช่อง Title และช่อง Description พร้อมตัวนับความยาวเป็นตัวอักษรและพิกเซล
หน้าต่าง Edit Snippet ของ Rank Math ในบทความนี้ ตัวนับแสดงทั้งจำนวนตัวอักษรและความกว้างเป็นพิกเซล

สังเกตว่าตัวนับของ Rank Math วัดทั้งจำนวนตัวอักษรและความกว้างเป็นพิกเซล โดยใช้เพดาน 580 พิกเซลสำหรับ title และ 920 พิกเซลสำหรับ description คำอธิบายของบทความนี้ยาว 142 ตัวอักษร กว้าง 907 พิกเซล จึงยังอยู่ในกรอบ ถ้าเลือกได้ ให้ดูตัวเลขพิกเซลเป็นหลักมากกว่าจำนวนตัวอักษร

ถ้ายังไม่เคยตั้งค่าปลั๊กอินตัวนี้มาก่อน ผมเขียนขั้นตอนตั้งแต่ติดตั้งจนเชื่อม Search Console ไว้ใน คู่มือตั้งค่า Rank Math ทีละขั้นตอน และถ้าอยากเห็นภาพรวมว่า meta description เป็นแค่ชิ้นหนึ่งของการปรับแต่งหน้าเว็บ อ่านต่อได้ที่ SEO On-Page คืออะไร

ปัญหาที่มักเจอใน WordPress

  • มีแท็ก description ซ้ำ 2 อันในหน้าเดียว เกิดจากธีมหรือปลั๊กอินสองตัวต่างใส่แท็กของตัวเอง ผมเคยเจอกับธีม Avada และเขียนวิธีแก้ไว้ใน แก้ Multiple meta descriptions on the same page
  • ปล่อยว่างแล้วให้ปลั๊กอินดึงย่อหน้าแรกไปใช้ ถ้าย่อหน้าแรกเป็นคำเกริ่นยาวๆ คำอธิบายที่ได้มักไม่น่าคลิก
  • ใช้ template เดียวกันทุกหน้า เช่นตั้งให้ทุกหน้าเป็น “ชื่อหน้า | ชื่อเว็บ” ทำให้คำอธิบายซ้ำกันทั้งเว็บ
  • หน้าสินค้าจำนวนมาก ร้านที่มีสินค้าหลายร้อยรายการ ใช้วิธีสร้างคำอธิบายอัตโนมัติจากข้อมูลสินค้าได้ Google เองก็บอกว่าทำได้ ขอให้อ่านเข้าใจและแต่ละหน้าไม่เหมือนกัน

Meta Description ในยุค AI Overview

คำถามที่ตามมาคือ เมื่อ Google มี AI Overview ที่สรุปคำตอบให้ด้านบน meta description ยังสำคัญอยู่ไหม มุมมองของผมคือยังสำคัญ แต่บทบาทเปลี่ยนไปเล็กน้อย

คนที่เลื่อนผ่าน AI Overview ลงมาดูผลค้นหา มักต้องการรายละเอียดมากกว่าที่ AI สรุปให้ คำอธิบายที่บอกชัดว่าหน้านี้มีอะไรเพิ่ม เช่นตัวเลขจริง ตาราง หรือตัวอย่าง จะช่วยให้เขาเลือกคลิก ส่วนการถูก AI ดึงไปอ้างอิงนั้นขึ้นกับเนื้อหาในหน้ามากกว่า meta description ผมเขียนแนวทางเรื่องนี้ไว้แยกใน วิธีทำให้เว็บไซต์ติด AI Overview

เขียนเนื้อหาให้ AI อ้างอิงได้ เขียนคำอธิบายให้คนอยากคลิก สองงานนี้ช่วยกัน ไม่ได้แทนกัน

เช็กลิสต์ก่อนกดเผยแพร่

  • ยาวราว 120-155 ตัวอักษร (ภาษาไทยไม่เกินราว 150)
  • 120 ตัวอักษรแรกอ่านจบความได้เอง
  • มีคีย์เวิร์ดหลักอยู่ช่วงต้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • บอกว่าผู้อ่านจะได้อะไรจากหน้านี้
  • ไม่ซ้ำกับหน้าอื่นในเว็บ
  • ทุกอย่างที่เขียนไว้ มีอยู่จริงในหน้า
  • ดูภาพตัวอย่างในปลั๊กอิน SEO ทั้งมุมมองเดสก์ท็อปและมือถือแล้ว

สุดท้ายนี้ meta description เป็นงานเล็กที่ใช้เวลาไม่กี่นาทีต่อหน้า แต่เป็นสิ่งแรกที่คนเห็นก่อนตัดสินใจเข้าเว็บ ถ้าเพิ่งเริ่มเขียนบทความ SEO ลองดูขั้นตอนทั้งหมดใน เขียนบทความ SEO ให้ติด Google ประกอบด้วยครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Meta Description

Meta Description ควรยาวกี่ตัวอักษร

แนะนำประมาณ 120-155 ตัวอักษร สำหรับภาษาไทยไม่ควรเกินราว 150 ตัวอักษร เพราะ Google ตัดข้อความตามความกว้างหน้าจอ (ราว 920 พิกเซลบนเดสก์ท็อป และสั้นกว่านั้นบนมือถือ) ไม่ได้ตัดตามจำนวนตัวอักษร และควรให้ 120 ตัวอักษรแรกอ่านจบความได้เอง

Meta Description มีผลต่ออันดับ SEO ไหม

ไม่มีผลต่ออันดับโดยตรง Google ยืนยันว่าใช้ meta description เป็นข้อความตัวอย่างในผลค้นหาบางครั้ง แต่ไม่ได้ใช้ในการจัดอันดับ อย่างไรก็ตามคำอธิบายที่ดีช่วยให้คนคลิกมากขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายจริงของการติดอันดับ

ทำไม Google ไม่แสดง Meta Description ที่เราเขียน

Google เลือกข้อความที่ตรงกับคำค้นแต่ละคำมากที่สุด ถ้าเนื้อหาในหน้าตอบคำค้นได้ตรงกว่า Google จะดึงข้อความจากเนื้อหามาแสดงแทน งานศึกษาของ Ahrefs พบว่าเกิดขึ้นราว 63% ของกรณี จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าตั้งค่าผิด

ถ้าไม่ใส่ Meta Description จะเป็นอะไรไหม

เว็บยังติดอันดับได้ตามปกติ Google จะสร้าง snippet จากเนื้อหาในหน้าเอง แต่การเขียนเองช่วยควบคุมข้อความที่คนเห็นในกรณีที่ Google เลือกใช้ โดยเฉพาะหน้าสำคัญอย่างหน้าแรก หน้าบริการ และหน้าสินค้า

ใส่ Meta Description ใน WordPress ได้ยังไง

WordPress ไม่มีช่องนี้มาให้ ต้องติดตั้งปลั๊กอิน SEO เช่น Rank Math, Yoast SEO หรือ All in One SEO แล้วกรอกคำอธิบายในช่อง Description ของแต่ละบทความหรือหน้า ปลั๊กอินจะแสดงแถบความยาวและภาพตัวอย่างผลค้นหาให้ตรวจก่อนบันทึก

เขียนโดย AngkuL Oatwanit

ชอบการเล่าเรื่องและนำเสนอเนื้อหาให้อ่านแล้วรู้สึกสนุก น่าสนใจ และเข้าใจง่าย ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำเว็บไซต์ด้วย WordPress และการทำ SEO เลยพอเข้าใจว่าควรจัดวางเนื้อหาแบบไหนให้ทั้งคนอ่านชอบ และค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านบทความทั้งหมด →
@ehowme จ้างงานผ่าน Fastwork เบอร์โทร Facebook